|
ลูกเดือย : ธัญพืชเพื่อสุขภาพ
ลูกเดือย เป็นพืชตระกูลข้าว ชอบขึ้นในที่ชื้น ๆ หรือใกล้น้ำ เมล็ดกลม คล้ายลูกปัด เด็ก ๆ บ้านนอกยุคก่อน จึงชอบเอาลูกเดือยมาร้อย เป็นสายสร้อยห้อยคอ ดูสวยงามยิ่งนักในความรู้สึกของเด็ก ๆ
ในงานบุญที่วัดตอนออกพรรษา ก็เห็นพวกผู้ใหญ่ เอาลูกเดือยมาร้อยเป็นพวงระย้า ตกแต่งประดับประดาปน ๆ กิ่งไม้ใบไม้ต่าง ๆ ดูสวยงามราวกับเข้าไปในป่าหิมพานต์จริง ๆ
ตอนนั้นรู้ว่าลูกเดือยกินได้ เพราะพวกผู้ใหญ่เอาทำขนมลูกเดือยเปียกให้กิน จึงพยายามกัดแทะดู แต่ก็ไม่เข้าเพราะเปลือกแข็งชะมัด พอโตขึ้นจึงรู้ว่าลูกเดือยมีสองชนิด ชนิดที่เปลือกผลแข็ง กินไม่ได้กับชนิดที่เปลือกผลอ่อนกินได้
เพราะการที่เจ้าเดือยเปลือกแข็งกินไม่ได้นี่แหละ ตอนนี้ก็เลยหายไปจากหมู่บ้าน เพราะเขาเห็นว่า มันรกไม่มีประโยชน์ก็เลยถางทิ้งหมด สายสร้อยมุกแสนสวยของเด็กน้อยก็เลยหายไป เหลือแต่สายสร้อยพลาสติคสีฉูดฉาดตามตลาดแทน
โดยทั่วไปแล้วลูกเดือยนิยมใช้ทำอาหารหวาน ทำได้หลากหลายแบบ โดยต้องทำให้สุกก่อน เช่น ทำลูกเดือยเปียก ลูกเดือยใส่กระทิ ใส่น้ำแข็งไส เป็นต้น ขนมลูกเดือยถือเป็นอาหารพื้น ๆ ที่ไม่ได้ฮือฮาเท่าไร แต่ปัจจุบันน้ำอาร์ซีกำลังฮิต ลูกเดือยซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งก็เลยเริ่มดังกับเขาไปด้วย
น่าแปลกดีที่เราทิ้งวัฒนธรรมกินขนมหวานที่มีลูกเดือย มารับประทานขนมเค้กกับกาแฟ แล้วมาเห่ออะไรที่เป็นสูตรสำเร็จ ทำให้เชื่อว่ากินแล้วมีสุขภาพดี โดยลืมนึกถึงปรัชญาของสุขภาพองค์รวม ทำให้นึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่กินน้ำข้าว ใส่น้ำตาลเล็กน้อยตอนเช้า ๆ ตอนกลางวันหลังจากวิ่งเล่นเหนื่อย ๆ ก็มีลูกเดือยเปียก มีมันต้ม เผือกร้อน ๆ นึ่งจิ้มน้ำตาลกิน เสียดายที่เมืองไทยในสมัยนั้นข้าวบาร์เลย์ไม่ค่อยมี ถ้าไม่เช่นนั้นเด็กไทยอาจมีข้าวบาร์เลย์ต้มน้ำตาลกิน ตั้งแต่ในตอนนั้นแล้วก็ได้ เลยรู้สึกว่าแม่เรานี่เก่ง ทันสมัยมาตั้งแต่เราเกิด ในตำรายาจีนกล่าวว่า ลูกเดือย รสชุ่มจืด เย็น บำรุงม้าม ปอด แก้ไข้ แก้ท้องเสีย เหน็บชา ชักกระตุก บวมน้ำ ปอดอ่อนแอ ฝีหลายหัวที่ลำไส้ สตรีตกขาวมากกว่าปกติ
ในตำรายาจีนจึงมักใช้ลูกเดือยบดผสมข้าว ต้มเป็นข้าวต้มกินทุกวันเพื่อบำรุงกำลัง หล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้บวมน้ำ ปวดข้อเรื้อรัง ทั้งยังเชื่อว่าการรับประทานลูกเดือยต้มน้ำตาลสามารถที่จะแก้ร้อนในได้
ในแง่การเป็นสารอาหาร ลูกเดือยให้พลังงานแก่ร่างกายสูง จึงมีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง ลูกเดือยมีคาร์โบไฮเดรต ๕๘-๖๒% มีไขมัน ๕% มีโปรตีนอยู่ถึง ๑๒% มีฟอสฟอรัสอยู่ในปริมาณสูง มีวิตามินบีหนึ่งมากกว่าข้าวกล้อง การที่มีวิตามินบีหนึ่งสูงนี่กระมังที่ช่วยในการแก้เหน็บชาตามความเชื่อของชาวจีน
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ว่าสาร coxenolide ในเมล็ดเดือยมีสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญของเนื้องอก และพบว่าสารสกัดด้วยน้ำหรือตัวทำละลายอินทรีย์ จากรากหรือเมล็ดเดือยมีฤทธิ์ทำให้การหมุนเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น ทำให้เส้นผมเจริญดีขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อของคนจีนที่ว่า กินเมล็ดเดือยทำให้ผิวสวย
ลูกเดือยยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคหูดที่มักจะเป็นเรื้อรัง โดยมีการทดลองในคนไข้ ๒๓ ราย ให้กินลูกเดือย ๖๐กรัม ต้มรวมกับข้าวรับประทานวันละ ๑ ครั้ง ติดต่อกันจนกว่าจะหาย หลังจากกินลูกเดือยติดต่อกัน ๗-๗๖ วัน ได้ผลหายขาด ๑๑ ราย อาการดีขึ้น ๘ ราย ไม่ได้ผล ๖ ราย ซึ่งอาจเป็นเพราะสารจากลูกเดือย มีฤทธิ์ทำให้เลือดมาเลี้ยงที่ผิวหนังดีขึ้น หรือจากฤทธิ์ยังยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกก็แล้วแต่ ในท่านที่ทนทุกข์กับการผ่าหูดแล้วผ่าหูดอีกไม่หายสักที ควรจะลองดูก็ไม่น่าเสียหายอะไร
ดังนั้นการรับประทานลูกเดือยต้มกินกับข้าวจึงเป็นสิ่งที่ดีนักหนา มีคุณค่ามหาศาลต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ พลังงานและสรรพคุณทางยา เป็นวัฒนธรรมของคนตะวันออกมายาวนาน
ดีที่ปัจจุบันเราหันกลับมานิยมรับประทานลูกเดือยต้มกินกับข้าวกันอีก ถึงทำแบบไม่รู้อะไรมากก็ช่างเถอะ ขอให้ทำกันไปนาน ๆ ก็แล้วกัน ไม่ใช่หมดแฟชั่นแล้วก็เลิกกัน แม้ลูกเดือยจะเป็นที่สนใจตามกระแสน้ำอาร์ซีก็จริงอยู่ แต่เชื่อว่าพอความฮือฮาลดระดับลงไปบ้าง ก็ไม่ต้องห่วงว่าเจ้าเมล็ดธัญญพืชน้อย ๆ ตัวนี้จะหายไปจากความทรงจำ เพราะถึงอย่างไรก็ตามลูกเดือยเปียก ลูกเดือยใส่น้ำเชื่อมเติมน้ำแข็งราดกะทิก็ไม่มีทางหายไปไหนหรอก ก็ของอร่อย ๆ ทั้งนั้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Coix lachryma-jobi Linn
ที่มา : http://www.khonnaruk.com/html/verandah/herb/h_241.html
By : devil   Date : 14 Dec 2004 21:27
|