PHA : People living With HIV and Aids In Thailand. เกมส์ เกมออนไลน์ เล่นกันทุกวัน มันส์ได้ทุกเกมส์
หน้าแรก PHA  |  ห้องคุยสด PHA |  น่ารักดอทคอม  |  บ้านทอมดี้  |  ทอมดี้ น่ารัก |  กระดานข่าว (ของน่ารัก) |  เกี่ยวกับ PHA |  Link ที่น่าสนใจ  

อิทธิรักษ์ Blog
เรื่องราว ของ ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ชื่อ หนึ่ง    อโหสิ Blogเรื่องราว ของ ผู้หญิงที่ ชื่อ อโหสิ


เรื่องเศร้า ๆ วันวาเลนทาย
เอาเรื่องเศร้า ๆ มาให้อ่านกันนะครับ ใครอ่านแล้วก็ขออภัยด้วย

แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ....” จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย
ขณะแนนกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง

“อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ” แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน วันที่ความรักงอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน



ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...มีหมู่บ้านจัดสรรเล็ก ๆกำลังก่อตัวขึ้น ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

“เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย” เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทราย สูงท่วมหัว

“เธอชื่ออะไร เราชื่อเอ” เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน พลางกระโดดลงมาจากกองทราย

“ฉันชื่อแนน” เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อย ๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ

“เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ” เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็น ร่าง

“แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......อันนี้เป็นห้องประชุมนะ” เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งควา มฝัน

“เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ” แนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

“แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร” เอพูด เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ

“เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ” แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

“อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ” เอพูดพลางทำท่าคิด

“ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา” แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้า งปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง

“เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก” เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ

“พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ” ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

“หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่” พ่อของเขานั่งยองลง อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

“ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ” เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเ ขา

“แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ” เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

“ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ” แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร

ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่า งใหญ่



“แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ” เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าข ึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

“ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร” แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว” เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู

“เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ” แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแ ล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่ ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

“อ่านว่าอะไร เอ” แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

“อ่านว่า รัก” เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

“เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ” แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

“มานี่ๆ เอจะสอน” เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้ มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

“นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย” แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

“มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ” แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

“เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้” ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้ หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

“สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก” เอพูดพลางหันไปมองแนน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน

“อืม สักวันนะ” แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่ สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......



“โอ๊ย...เจ็บ” เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสี หน้าเซ็งๆ เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

“ใครดึงผมเปียแนน” เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันก ับเจ้าของผมเปีย เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเรา ะกันคิกคักพลางชี้นิ้วมาที่แนน

“ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม” หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย” เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

“แล้วจะทำไม” เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง

“ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น” แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...

ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม ทั้งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่ อ โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย ข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละ ทาง

“หยุด!!” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้ง สี่คนหยุดการตะลุมบอนกัน

“พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ” ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้ แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

“เอ เจ็บมั้ย” แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

“ไม่เจ็บหรอก” เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

“ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้” แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้ อนักเรียนสีขาวของเอ

“โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ” เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...แ ต่แนนกลับยิ้มออก

“โอ๊ย แสบ” เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแ อลกอฮอลงบนแผลของเอ

“แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา” แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....



“แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ” ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแด งให้กับมือหญิงสาว

“อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า” แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย

“อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป” เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

“หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ” แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

“เอรักแนนนะ” เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง

“เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย” แนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ

“เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ” เอพูดประหม่า มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น. ...สักวัน เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....



ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

“เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ” แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

“ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร” เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที

“ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ” แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่

“ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ” เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา” แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

“นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย” เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

“ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย” แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน



“กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง” ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย

“ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย” กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

“ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม” ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

“หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง” กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาก ารเอือมระอา

“โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน” เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

“แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ” ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

“โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน” แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน

“แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี” เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

“เอี๊ยยดดด.....” เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด ....ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ



“แนนๆ” เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

“อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ” แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่ องประดับ

“ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน” .....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง. ...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดใ ห้แนนฟัง.....

“แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย” แนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน

“อืม...” ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ

“เอ ล่ะ เออยู่ไหน” แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

“เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย” ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน” ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

“อืม...” น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมา กจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถ ึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย



“คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ” บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

“ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ” บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.... .ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม

“คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ” แนนถามด้วยความสงสัย

“โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ” บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

“จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะยาวไป” แนนพูดพลางยิ้ม

“ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ” บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุ ด....



“คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ” พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

“กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน” แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

“ไปสิครับ” กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแ ปลกใจ ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยาก ให้กอล์ฟมาแทนที่เอ



บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา

บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา

บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว

เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน

มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ

หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้

ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม



ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

“แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ” เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

“ว่างค่ะ ทำไมค่ะ” แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ” กอล์ฟเสนอความเห็น

“ตกลงค่ะ” แนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแ ทนที่เอได้เสียที



วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “เซนเตอร์พอยต์” ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

“ขอโทษค่ะ มาสาย” แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

“ไม่เป็นอะไรครับ” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

“อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ” แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนนจะจับได้ทันที

“อันนี้ของแนนนะครับ” ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล

“หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ” แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

“อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...” ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

“ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน” ปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???

“หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้” กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิ ดเดียว

“ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด” กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม ่เคยรู้

“มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้ เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก” กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ

“ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ” กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่

“เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ” กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย

“สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ” กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแน นเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ

“ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้อง เสียคุณ” กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ

“เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....” ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร

“เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ” หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจ จุราชเสียที

“ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย” ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินา ทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ

“คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้” กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั ้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว

“เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงิ นมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม “นานา” คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ “นานา” นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา – เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที ่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง” เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเ ห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแ ปลกใจ ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดีย ว

“ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ - เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ” ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัว ใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน

“เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ” กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบ าลคืนให้กับแนน มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ” ใช่ หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ

“กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา” กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอย ู่เพียงลำพัง

“เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเท ป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพี ยงบรรทัดเดียว

“หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว


By : นุคุง    Date : 26 May 2005 14:06     ส่งจดหมายถึง นุคุง  IP-address : 203.157.14.245   แจ้งลบกระทู้ หมายเลข 3776

speedtest
Speedtest



== เนื่องจาก กระทู้นี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นค่อนข้างมาก จึงขอแสดงผล แค่ 50 คำตอบสุดท้ายก่อน !! ==
ความคิดเห็น หน้าที่ : [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]
( แสดงผลหน้าละ 50 ความคิดเห็น เรียงตาม ความคิดเห็น ล่าสุด )

ความเห็นที่ #88 ( 87209 )

|จ้าชา€: อยากจะขออะไรสักอย่างได้ไหม ?
|จ้าหญิJ:....................................................
|จ้าชา€: อยากให้ช่วงเวลาดี ๆ นั้นไม่ลบเรือนหายไปจะได้หรือป่าว ?
|จ้าหญิJ:....................................................
|จ้าชา€: จงเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวผมนะ ?
|จ้าหญิJ:....................................................
|จ้าชา€: อ้วนรักมู๋เสมอนะ ........
|จ้าหญิJ:....................................................

By : |จ้าชา€``อ้วน    Date : 10 Feb 2007 13:56     IP-address : 58.8.182.185   แจ้งลบความเห็นที่  #88 ( 87209 )


ความเห็นที่ #89 ( 87566 )

รักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

By : รัน    Date : 12 Feb 2007 22:26     IP-address : 203.172.106.125   แจ้งลบความเห็นที่  #89 ( 87566 )


ความเห็นที่ #90 ( 87589 )

085263
333สน5ร25ร่

By : จนร่5948545    Date : 13 Feb 2007 08:56     ส่งจดหมายถึง จนร่5948545  IP-address : 125.24.176.93   แจ้งลบความเห็นที่  #90 ( 87589 )


ความเห็นที่ #91 ( 87592 )

อ่านแล้วเศร้ามากๆๆๆ

By : เด็กเหนือ    Date : 13 Feb 2007 09:11     IP-address : 61.7.175.217   แจ้งลบความเห็นที่  #91 ( 87592 )


ความเห็นที่ #92 ( 87669 )

รืนีร้บน้บี้ขี้ต้

By : เเดระอย    Date : 13 Feb 2007 20:42     ส่งจดหมายถึง เเดระอย  IP-address : 203.150.118.156   แจ้งลบความเห็นที่  #92 ( 87669 )


ความเห็นที่ #93 ( 87670 )

love

By : love    Date : 13 Feb 2007 20:45     ส่งจดหมายถึง love  IP-address : 203.150.118.156   แจ้งลบความเห็นที่  #93 ( 87670 )


ความเห็นที่ #94 ( 87671 )

น่ารัก สวย

By : กยรดยห20042dfhcfg05425    Date : 13 Feb 2007 20:47     ส่งจดหมายถึง กยรดยห20042dfhcfg05425  IP-address : 203.150.118.156   แจ้งลบความเห็นที่  #94 ( 87671 )


ความเห็นที่ #95 ( 87712 )

มีมาก

By : ฟุก    Date : 14 Feb 2007 09:40     IP-address : 124.121.58.53   แจ้งลบความเห็นที่  #95 ( 87712 )


ความเห็นที่ #96 ( 87732 )

ว่าปีนี้ไม่มีใครให้ดอกไม้เราเลยคิคิ

By : บีบางดี่    Date : 14 Feb 2007 11:03     ส่งจดหมายถึง บีบางดี่  IP-address : 58.10.12.155   แจ้งลบความเห็นที่  #96 ( 87732 )


ความเห็นที่ #97 ( 87735 )

เศร้ามากเลย น่าสงสารแนนจังเลยนะค่ะ และอิจฉาแนนที่มีคนรักที่รักเธอคนเดียวถึงขนาดยอมทำทุกวิถีทางเพื่อเธอคนเดียว

By : l3ee    Date : 14 Feb 2007 11:11     IP-address : 125.27.130.17   แจ้งลบความเห็นที่  #97 ( 87735 )


ความเห็นที่ #98 ( 87742 )

รักนะเด็กโง่

By : เเนน    Date : 14 Feb 2007 11:41     ส่งจดหมายถึง เเนน  IP-address : 125.24.135.165   แจ้งลบความเห็นที่  #98 ( 87742 )


ความเห็นที่ #99 ( 87745 )

หนูอยากมีเเฟน

By : แนน    Date : 14 Feb 2007 11:44     ส่งจดหมายถึง แนน  IP-address : 125.24.135.165   แจ้งลบความเห็นที่  #99 ( 87745 )


ความเห็นที่ #100 ( 87756 )

ระ

By : นิรุต    Date : 14 Feb 2007 12:40     ส่งจดหมายถึง นิรุต  IP-address : 203.172.152.58   แจ้งลบความเห็นที่  #100 ( 87756 )


ความเห็นที่ #101 ( 87776 )

โอ้ แม่เจ้าน่าสงสารจัง

By : 120    Date : 14 Feb 2007 14:25     IP-address : 125.24.203.70   แจ้งลบความเห็นที่  #101 ( 87776 )


ความเห็นที่ #102 ( 87777 )

โอ้ลันล้า หมาไม่เมิน

By : ม่าม่า    Date : 14 Feb 2007 14:26     IP-address : 125.24.203.70   แจ้งลบความเห็นที่  #102 ( 87777 )


ความเห็นที่ #103 ( 87810 )

อ่านแล้วเศร้า มาเลย

By : ส    Date : 14 Feb 2007 17:32     ส่งจดหมายถึง ส  IP-address : 222.123.21.173   แจ้งลบความเห็นที่  #103 ( 87810 )


ความเห็นที่ #104 ( 87823 )

กำลังเศสร้าพอดีเลยเขาเขาบอกรักกัน รักเขาเเต่เขากำลังมีคนใหม่

By : marie_B_G@hotmail.com    Date : 14 Feb 2007 18:47     ส่งจดหมายถึง marie_B_G@hotmail.com  IP-address : 203.209.115.100   แจ้งลบความเห็นที่  #104 ( 87823 )


ความเห็นที่ #105 ( 88444 )

รักเทอ ตลอดไป

By : 3    Date : 18 Feb 2007 13:19     IP-address : 61.7.142.134   แจ้งลบความเห็นที่  #105 ( 88444 )


ความเห็นที่ #106 ( 88445 )

     

~~~~~~~~~~~~~~~~~~รักเทอ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

By : 3    Date : 18 Feb 2007 13:20     IP-address : 61.7.132.250   แจ้งลบความเห็นที่  #106 ( 88445 )


ความเห็นที่ #107 ( 88857 )

อู๊ด เขาขอโทด
ขอโทด
ขอโทดที่ไม่ได้บอกคำว่า"รัก"
ต่อจากนี้ไป ฉันจะแข้มแข็ง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หลับให้สบาย
"ไม่มีเธอแล้ว ฉันต้องอยู่ให้ได้"

By : อ้อ    Date : 20 Feb 2007 22:49     ส่งจดหมายถึง อ้อ  IP-address : 203.146.63.187   แจ้งลบความเห็นที่  #107 ( 88857 )


ความเห็นที่ #108 ( 90291 )

ดีมากเลยครับ

By : โอ๊ด    Date : 28 Feb 2007 14:43     ส่งจดหมายถึง โอ๊ด  IP-address : 125.24.176.74   แจ้งลบความเห็นที่  #108 ( 90291 )


ความเห็นที่ #109 ( 90292 )

คุณน่ารักจังเลยครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

By : มาย    Date : 28 Feb 2007 14:47     ส่งจดหมายถึง มาย  IP-address : 125.24.176.74   แจ้งลบความเห็นที่  #109 ( 90292 )


ความเห็นที่ #110 ( 92682 )

T^T อ่านแล้วคิดถึงเมย์อะ เทอเสียชีวิตไปเพราะแฟน

By : รักเมย์คนเดียวจากนก    Date : 14 Mar 2007 00:16     ส่งจดหมายถึง รักเมย์คนเดียวจากนก  IP-address : 203.113.41.40   แจ้งลบความเห็นที่  #110 ( 92682 )


ความเห็นที่ #111 ( 92684 )

เราสามารถทำเพื่อเมย์ถ้าเกิดทำได้ จะทำอย่างตั้งใจและจะทำให้เมย์
เรารักเมย์มาก รักเมย์ที่สุดแม้พ่อแม่เมย์และพ่อแม่เราจะไม่เห็นด้วย จนบัดนี้ก็12ปีแล้วเรายังไม่มีใคร ถ้าเป็นไปได้ เราขอสักคนเท่านั้นที่ จะมาแทนเมย์ได้ ขอแค่คนเดียว ที่จะใช้ชีวิตทั้งชีวิต และมอบดวงใจให้เราได้ ไม่ขอให้เหมือนเมย์ แต่ขอให้รักจริงเท่านนั้น

By : รักเมย์คนเดียวจากนก    Date : 14 Mar 2007 00:43     ส่งจดหมายถึง รักเมย์คนเดียวจากนก  IP-address : 203.113.41.40   แจ้งลบความเห็นที่  #111 ( 92684 )


ความเห็นที่ #112 ( 92686 )

เรื่องเมย์เราก็จะเล่าเรื่องเมย์ให้ฟังว่าทำไมเรารักเมย์มากขนาดนี้
เมย์ เป็นสาวน้อยน่ารักสวยด้วย นิสัยขี้อาย อ่อนหวาน อ่อนโยน เซ่อซ่า แต่เรียบร้อย เวลาเมย์รักใครรักไปหมดทั้งใจ
จำได้ว่า ตอนม.1 เมย์ชอบกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งชื่อเปรม เปรมก็รักเมย์ แต่เปรมก็เจ้าชู้ รู้ทั้งรู้แต่เมย์ก็ชอบเปรม ในฐานะเพื่อนสนิท ก็แค่เพื่อนสนิทอะนะ ไปห้ามอะไรเค้าได้ เสียใจกลับมาทุกครั้ง เราก็ได้แต่นั่งปลอบ นั่งเป็นที่พักใจ เป็นที่ระบายทุกสิ่งทุกอย่าง[เรียกว่าเราคือเพื่อนแท้เลยล่ะ] ทุกๆครั้งที่เมย์เข้ามาหาเรา เราก็เป็นแค่คนรักชั่วคราวช่วยให้เมย์ได้รู้สึกดีแต่เทียบกับเปรมไม่ได้หรอก เราก็ร้องเพลงให้เมย์ฟังเรื่อยๆแค่ให้เมย์ รู้สึกดี หัวอกผู้หญิงด้วยกันย่อมเข้าใจ เราเคยคบกับเมย์แบบแฟนอยู่สักพักเปรมก็มาทวงสิทธิคืน เราได้แต่ปล่อยไป หวังว่าสักวันเมย์จะรักเรา ^ ^แต่ก็น่าเป็นห่วงเมย์อยู่ดี กลัวเปรมจะทำอะไรเมย์อะนะ เวลาเมย์ไปหาเปรมเราก็จะไปเป็นเพื่อน เพราะกลัวเปรมด้วยเพื่อนเปรมด้วย ช่วงปิดเทอมเมย์มานอนบ้านเราสักพักเผื่อเมย์ต้องการอะไรเราจะได้ช่วยเหลือได้ เปรมโทรมาหาเมย์ โทรมาบอกเลิกแต่เราก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไม ถึงขั้นร้องห่มร้องไห้ซะน่ากลัว เมย์ก็กลับบ้าน และก็หายไปเลย ไม่มาร.ร.ไม่ได้ติดต่อใคร และเมื่อจบม.ต้นเราจึงโทรไปหาคุณแม่ของเมย์"สวัสดีค่ะ คุณแม่ เมย์อยู่รึปล่าวคะ ขอสายหน่อยค่ะ""ใครเหรอ? นกรึปล่าวลูก""ค่ะคุณแม่ เมย์ทำไมเหรอคะ เกิดอะไรเหรอคะ""เลิกยุ่งกับเมย์ซะทีนะ เมย์เค้าตายไปแล้ว เลิกโทรมาซะทีนะ""เดี๋ยวคะคุณแม่ ที่ว่าเมย์ตายไปแล้ว? หมายความว่ายังไงคะ""เมย์เค้าฆ่าตัวตายเพราะเครียดเรื่องเรียนด้วย และเรื่องที่แฟนเค้าที่ชื่อเปรมน่ะ ได้กันแล้วทิ้งเมย์ แม่ก็เสียใจนะลูกที่เมย์เค้าเสียไป""ทำไมคุณแม่ไม่โทรมาบอกนู๋ล่ะคะ""เมย์เค้าทิ้งโน้ตไว้ว่า /เรื่องนี้ไม่อยากให้นกรู้ข่าว กลัวว่าจะเป็นห่วง/และแม่ก็ทำอะไรไม่ได้ แม่ขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกลูก แต่แม่คงทำอะไรไม่ได้"สิ้นเสียงแล้วเราก็วางสายไป ไม่ได้ติดต่อไป แต่ก็โทรไปบ้างไปทักไปทาย

By : รักเมย์คนเดียวจากนก    Date : 14 Mar 2007 01:19     ส่งจดหมายถึง รักเมย์คนเดียวจากนก  IP-address : 203.113.41.40   แจ้งลบความเห็นที่  #112 ( 92686 )


ความเห็นที่ #113 ( 95154 )

เราชื่อแนน แฟนเราก้อชื่อเอเหมือนกัน เราอยากให้แฟนเรารักเรามากๆเหมือนกับเอในเนื้อเรื่อง เราจะดีใจและรักเขามากเลย

By : nana    Date : 27 Mar 2007 21:34     IP-address : 125.26.28.20   แจ้งลบความเห็นที่  #113 ( 95154 )


ความเห็นที่ #114 ( 95214 )

ขอบคุนสำหรับเรื่องดีๆ แต่ชายดีๆแบบนี้ คิดว่าช้านด้หาเค้าเจอแล้ว
คนที่คอยอยู่เคียงข้างช้านทุกเวลา ไม่ว่าเราจะสุขหรือเคร้า เค้าจะรับความทุกข์ของช้านไปหมด เปนผู้ชายที่แสนดีงิ

By : AnGe|&D€vi|    Date : 28 Mar 2007 09:43     IP-address : 58.9.93.4   แจ้งลบความเห็นที่  #114 ( 95214 )


ความเห็นที่ #115 ( 95430 )

แอ้มเธอเป็นเด็กใหม่ของห้อง เธอย้ายมาจากต่างจังหวัด เธอเป็นคนสวยและค่อนข้างจะเรียนเก่งพอสมควร เพื่อนๆเลยพากันเห่อเด็กใหม่กันยกใหญ่ ผมชื่อเต้เป็นหัวหน้าห้องนี้ครับ เราได้อยู่ห้องเดียวกัน (ห้อง ม. 3/4 ) ผมจะคอยช่วยเหลือเธอตลอด และเราก็จะกัดกันเสมอ จะว่าไปชื่อเธอก็น่ารักดีนะเธอชื่อ พิมพ์พิชญา เรามีนิสัยต่างกันแต่เราก็เข้ากันได้ เรามักจะทะเลาะกันเสมอๆจนเป็นที่ชินตาของเพื่อนๆไปซะแล้ว เราทั้งคู่มักจะถูกอาจารย์จับให้ทำงานกลุ่มเดียวกันเสมอ เวลาผ่านไปก็เริ่มทำให้เราสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ จากวันไปเป็นเดือน จากเดือนไปเป็นปี จากปีไปเป็น 3 ปี ใช่สินี่มัน 3 ปีแล้วสินะที่ แอ้มมาอยู่ตรงนี้ ที่นี่ แอ้มทำให้ชีวิตของผมมีสีสันมาก ผมไม่รู้สึกเหงาเลยเวลาที่อยู่กับแอ้ม จริงๆนะตอนนี้เรากำลังจะจบ ม.5 กันแล้ว เร็วจังหลังจากสอบปลายภาคห้องเราได้จัดให้ไปเที่ยวทะเลกัน ผมเริ่มรู้สึกได้ว่าไอ้ต้นมันชอบแอ้มเพราะมันเคยถามผมว่า แอ้ม มีแฟนหรือยัง
///ไม่รู้สิเราไม่ใช่แฟนแอ้มซะหน่อย
///งั้นนายติดต่อให้เราหน่อยสิ
ผมลังเลอยู่นานเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกหวงแอ้มขึ้นมา ผมไม่อยากให้แอ้มเป็นแฟนกับต้นเลยไม่รู้เพราะอะไร ผมชอบแอ้มงั้นหรอ ไม่นะผมไม่ได้ชอบแอ้ม
///งั้นก็ได้เราจะช่วยนายเอง เดี๋ยวเราจะลองถามแอ้มให้นะ
///เราต้องขอบคุณนายล่วงหน้าไว้เลยนะเต้ นายเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ไว้เราได้เป็นแฟนกับแอ้มเมื่อไร่เราจะเลี้ยงข้าวนายนะ เราต้องไปแล้วอ่ะ เรามีนัดซ้อมบาส ไว้เจอกัน
///อืม
ผมลืมบอกไปว่าไอ้ต้นมันเป็นเพื่อนผม มันเรียนเก่ง เป็นประธานนักเรียน เป็นนักกีฬาของโรงเรียน พ่อแม่มันเปิดรีสอร์ท ผมคิดว่าถ้าแอ้มได้เป็นแฟนกับต้นแอ้มคงจะมีความสุข
ระหว่างการเดินทางต้นได้นั่งกับแอ้ม ส่วนผมไปนั่งกับขวัญ ขวัญเธอเป็นประธานนักเรียนฝ่ายหญิงน่ะ ดูเหมือนว่าเธอก็จะชอบผมนะ แต่ผมไม่ได้ชอบเธอ หลังจากกลับจากเที่ยวทะเลก็ดูเหมือนว่าแอ้มกับต้นก็จะสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเราก็เริ่มห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมผมถึงรู้สึกอย่างนั้น ผมกับขวัญก็ดูท่าทางจะไปได้สวยเลยที่เดียว นี่ก็ ม.6 แล้วสินะเรากำลังจะเอ็นทรานกันแล้ว สำหรับผมแล้วการเอ็นทรานมันไม่ใช่เรื่องยากเลย ห่วงแต่แอ้มสิ แอ้มไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ เท่าไหร่ แล้วอีกอย่าช่วงนี้เธอป่วยบ่อยมาก ผมกลัวว่าเธอจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือ วันนั้นผมเดินกลับบ้านคนเดียวเช่นทุกวัน แอ้มเดินมาข้างหลังผม ผมรู้ว่าเป็นแอ้มผมเลยหันไป
///ไงเต้วันนี้กลับบ้านคนเดียวหรอ แล้วขวัญล่ะ
///ขวัญ !..ทำไมหรอเกี่ยวอะไรด้วยอ่ะ
///อ้าวก็ขวัญเป็นแฟนเต้ไม่ใช่หรอ
///................ไม่ใช่ซะหน่อย
///อย่ามาปากแข็งหน่อยเลย
///...........
///เงียบทำไมอ่ะ
///ป่าว
///เดี๋ยวนี้เต้เป็นอะไร ทำไมไม่ค่อยคุยกับเราเลย เต้คนเก่าหายไปไหน เต้ที่เคยทะเลาะกับแอ้มบ่อยๆน่ะ ยังอยู่หรือป่าว เต้เกลียดเรา เต้รำคาญเราเต้ก็พูดมาตรงๆสิ ไม่เห็นต้องทำเฉยชาแบบนี้เลย
///.............................
///เราทำอะไรผิดหรอเต้ บอกแอ้มสิ
น้ำตาแอ้มเริ่มไหลออกมา ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมทำให้แอ้มร้องไห้ได้อย่างไง ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ผมแค่พยายามให้ต้นกับแอ้มได้สนิทกันมากขึ้น ผมรู้ตัวว่าผมผิดผมพยายามจะขอโทษแอ้ม แต่แอ้มไม่ฟังผมเลย แอ้มวิ่งหนีผมกลับบ้านด้วยน้ำตา ผมนอนไม่หลับเลย ผมยอมรับว่าผมก็ร้องไห้เหมือนกัน ผมไม่กล้าที่จะโทรไปหาแอ้ม
วันรุ่งขึ้นผมรีบมาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อจะมาขอโทษแอ้ม ผมรอแอ้มอยู่ที่หน้าห้องสมุด ที่ประจำที่แอ้มชอบมานั่งกับผมเสมอ ผมรอแอ้มอยู่นานเลยที่เดียว ทำไมวันนี้เธอดูซึมนะ หน้าเธอดูซีดผิดปกติกว่าทุกวันหรือว่าแอ้มจะไม่สบาย ทำไมเราต้องรู้สึกห่วงใยแอ้มด้วยทั้งๆที่เราก็มีขวัญอยู่แล้ว ในมือของผมมีดอกกุหลาบสีขาวผมตั้งใจว่าจะให้แอ้มเพื่อเป็นการขอโทษแอ้มเรื่องเมื่อวาน มันดูสวยเหมาะสำหรับแอ้มมาก รอบตัวผมมีคนเรียกแอ้มเต็มไปหมดผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดอกไม้ในมือของผมมันร่วงลงไปที่พื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
///แอ้ม แอ้ม แอ้มเป็นอะไรน่ะ
แอ้มล้มลงระหว่างทางเดินเข้าโรงเรียน ผมกำลังจะวิ่งไปหาเธอ อีกนิดเดียวเท่านั้น นิดเดียวเท่านั้น ผมวิ่งไปไม่ทัน ผมต้องทนเห็นต้นอุ้มแอ้มไปห้องพยาบาล ทำไมผมต้องรู้สึกห่วงใยแอ้มขนาดนั้น ทำไมผมต้องอยากเข้าไปช่วยแอ้มทั้งๆที่แอ้มก็มีต้นอยู่แล้ว
นี่ก็คาบสามแล้วเรากำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่จริงวิชานี้เป็นวิชาที่ผมชอบ แต่ทำไมวันนี้ผมถึงไม่อยากเรียนก็ไม่รู้ เหมือนว่าอะไรมันหายไป แอ้มไง แอ้มหายไป เพื่อนๆที่ไปหาแอ้มที่ห้องพยาบาลกลับมาเล่าให้ฟังว่าแอ้มยังไม่ฟื้นเลย พอพักเที่ยง เราเห็นพ่อกับแม่ของแอ้มมาที่โรงเรียน พ่อกับแม่ของแอ้มมาขอให้แอ้มกลับบ้านครึ่งวัน ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ที่ผมรู้ตอนนี้ผมเป็นห่วงแอ้มมากๆ
หลังจากเลิกเรียนผมก็กลับบ้านผมคิดอยู่นานว่าจะไปหาแอ้มดีไหม ไปหาแอ้ม ถามว่าแอ้มเป็นอะไรบ้าง เผื่อแอ้มจะหายโกรธกว่าผมจะคิดได้ว่าควรไปเยี่ยมแอ้มมันก็ ทุ่มกว่าๆแล้วฝนก็กำลังจะตก ผมไปหาแอ้มที่บ้านคนที่บ้านของแอ้มบอกว่าแอ้มไม่ได้อยู่ที่บ้าน ผมจึงถามว่าแล้วแอ้มไปไหน เค้าบอกว่าแอ้มอาการไม่ดีขึ้นเลย แอ้มอยู่ที่ โรงพยาบาล ผมรู้สึกใจหาย ระหว่างทางไปโรงพยาบาลผมโทษตัวเองมาตลอด ผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย ผมเป็นต้นเหตุให้แอ้มป่วย ผมตั้งใจจะไปเยี่ยมแอ้มแต่แล้วพอผมเดินมาที่ห้องที่แอ้มอยู่ผมมองผ่านกระจกผมเห็นต้นนั่งเฝ้าแอ้มที่มีสายน้ำเกลือและท่อช่วยหายใจเต็มไปหมด ผมได้แต่ยืนมอง ผมไม่กล้าพอที่จะเดินเข้าไป ผมหันหลังกลับบ้านอีกครั้ง ผมเดินกลับบ้านเหมือนคนที่ไม่มีหัวใจ ผมเพิ่งรู้ตัวเองว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่ได้คิดกับแอ้มแค่เพื่อน ผมรักเธอ ทำไมผมถึงมาคิดได้ตอนนี้ สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปราณีเหมือนกับว่าเป็นการลงโทษผมที่ผม ไม่ดูแลเธอให้ดี ผมบอกกับตัวเองว่าแอ้มจะต้องไม่เป็นไร.......
หมอบอกว่าแอ้มเป็นเนื้องอกที่สมอง ผมฟังตอนแรกผมก็ตกใจมาก ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าแอ้มไม่สบายหนักขนาดนี้ พ่อแม่ของแอ้มบอกว่าแอ้มเป็นมานานแล้วแต่แอ้มไม่ต้องการให้ใครรู้แอ้มกลัวว่าเพื่อนๆจะเป็นห่วง ผมเฝ้าดูแอ้มอยู่ห่างๆ หมอบอกว่าแอ้มจะอยู่ได้อีก 1 สัปดาห์หรือไม่ก็อาจจะไม่ถึง ผมจึงอยากให้แอ้มได้มีความสุขที่สุด ให้แอ้มอยู่กับคนที่แอ้มรัก จะเป็นไรไปในเมื่อแอ้มมีความสุข เราก็มีความสุขด้วย น้ำตาผมมันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าน้ำตามันทำให้แอ้มดีขึ้นผมก็จะยอมทำเพื่อแอ้ม
ผมไม่ได้นอนมา 3 คืนแล้วแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเพลียเลยผมเป็นห่วงแอ้มมากกว่า ตอนนี้ก็ 3 ทุ่มกว่าๆแล้วแต่ผู้คนก็ยังเดินกันพลุกพล่าน แต่ใจผมทำไมมันดูเงียบงันและเฉยชาไร้ความรู้สึก ผมไม่อยากจะรับรู้ความเป็นไปที่เกิดขึ้นทั้งนั้น ตั้งแต่ที่หมอและพยาบาลพาแอ้มเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ณ วินาที่นั้นหัวใจผมแทบจะหยุดเต้น ผมไม่รู้ว่าแอ้มจะเป็นอย่างไงบ้าง ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้แอ้มไม่เป็นอะไร
หัวใจของผมไม่เหลืออะไรแล้ว มันสลายไปพร้อมกับปาฏิหาริย์ลมๆแล้งๆของผู้ชายคนหนึ่งที่ขอร้องต่อพระเจ้าให้ยื้อชีวิตของแอ้ม ตอนนี้แอ้มไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก ใช่ แอ้มเค้าจากผมไปแล้ว ทำไม ทำไม ทำไม ไม่เป็นผมล่ะ ทำไมต้องเป็นแอ้ม ทำไม ผมถามตัวเองอยู่อย่างนั้น
งานศพแอ้มจัดอย่างเรียบงาย ผมรู้สึกใจหายเหลือเกิน ผมไปที่บ้านแอ้มอีกครั้งผมรู้ว่าแอ้มกำลังยิ้มให้ผมอยู่ ผมรู้สึกว่าแอ้มอยู่ข้างๆผมตลอดเวลา เหมือนแอ้มพยายามจะบอกอะไรกับผม ผมมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของแอ้มเป็นเวลานาน
///เต้
ผมหันไปมองตามเสียงเรียก ผมเห็นต้น ถือสมุดสีฟ้าอ่อนๆมันดูสดใสเหมือนแอ้มเลย มันทำให้ผมคิดถึงแอ้ม เพราะผมเป็นคนซื้อให้แอ้ม แอ้มยังเก็บมันไว้
///เต้ แอ้มเค้าฝากไดอารี่มาให้
น้ำตาผมไหลอีกครั้ง ผมยื่นมือไปรับสมุดมาจากต้นด้วยมือที่สั่นเทา ผมค่อยๆเอามันมากอดไว้
///เต้ เรารู้นะว่าเต้รักแอ้ม เรารู้มานานแล้ว ทุกครั้งที่เราคุยกับแอ้ม แอ้มก็มักจะพูดแต่เรื่องของเต้อยู่ตลอดเวลา เวลาเราไปที่ไหนด้วยกัน แอ้มก็มักจะบอกกับเราเสมอๆว่า แอ้มมีคนที่แอ้มรักอยู่แล้ว เราก็พอจะเดาออกนะว่าเป็นใคร
ผมเงียบไปผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แอ้มรักต้นต่างหาก ถ้าแอ้มไม้ได้รักต้นแอ้มจะรักใครในเมื่อ....
///นายไม่รู้หรอกตลอดเวลาที่แอ้มอยู่ที่โรงพยาบาล แอ้มร้องไห้ตลอดเวลา เพ้อถึงแต่ชื่อนาย แต่นายก็ไม่เคยมาสนใจแอ้มเลย หัวใจนายมันทำด้วยอะไร
ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรลงไป ทำไมผมไม่ไปเยี่ยมแอ้ม ไอ้ความคิดบ้าๆพวกนั้นมาจากไหน
ผมเดินจากต้นไปไกลเรื่อยๆ ผมหยุดนั่งลงที่ก้าวอี้ตัวยาว ที่ที่ผมกับแอ้มเคยมานั่งเล่นกันบ่อยๆ วันนี้ทำไมมันดูเงียบเหงากว่าทุกวัน ใช่สิ แอ้มไม่อยู่นี่ ผมเริ่มเปิดไดอารี่อย่างช้า น้ำตาของผมหยดลงบนสมุด ผมเริ่มอ่านอย่างช้าๆ ทีละตัว ทีละถ้อยคำ.......

/// เต้ ///
/// กว่าเต้จะได้อ่านไดอารี่เล่มนี้เราอาจจะไม่อยู่ในโลกใบนี้แล้วนะ ไม่ต้องคิดมากนะเราไม่ได้เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าเราไม่อยู่แล้วเต้จะคิดถึงเราไหม๊นะ เราคงจะคิดถึงเต้น่าดู ต่อไปนี้เต้คงจะไม่ต้องทะเลาะกับเราแล้วล่ะ เต้คงเบื่อเราแล้วสินะ เราก็ไม่รู้ว่าเต้คิดอย่างไงกับเรา เราไม่เคยไว้ใจใครเท่าเต้มาก่อนเลย เราก็อยากบอกเต้นะ ว่าเราเป็นอะไร แต่เรากลัวเต้ไม่สบายใจ แล้วเราก็รู้ว่าขวัญกับเต้รักกันมาก เราไม่อยากให้เต้ต้องทะเลาะกับขวัญเพราะเรา ทำไมเต้ต้องตีตัวออกห่างเราด้วย เต้กลัวขวัญเข้าใจผิดหรอ เรารู้มาตลอดเวลาว่าเต้ติดต่อเราให้กับต้น เราจะไม่ว่าเต้นะ แต่เราจะขอบอก เต้ไว้เลยนะว่าเราไม่เคยคิดที่จะชอบต้นเลย เราไม่ได้ชอบต้น ได้ยินไหม ....เราพยายามบอกต้นทุกครั้งว่าเรามีคนรักอยู่แล้ว....คนรักของแอ้มก็คือเต้ไง ...ในสายตาเต้มองเราแค่เพื่อนเท่านั้นเราก็ไม่ว่าอะไร เราทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น แต่เต้ก็หนีเราออกไปมากขึ้น ทำไม .....ทั้งๆที่เวลาของเรามันก็เหลือน้อยลงไปทุกที เวลาที่เราจะได้ใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่เพื่อให้หัวใจได้ใกล้ชิดคนที่เรารักมากที่สุด........ก็เต้ไงเต้คือคนที่แอ้มรักมากที่สุด..............
.......รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้ รักเต้.................
เสียงของเรามันเริ่มแผ่วเบาลงทุกวันแล้วนะเมื่อไหร่เต้จะมองเห็นเราซักที ในใจเต้มีเราอยู่บ้างไหม ...........................เราไม่กล้าที่จะบอกเต้ตรงๆว่าเราคิดอย่างไงกับเต้ เรากลัวว่าเต้จะหนีเราไปไกลกว่านี้ เราอยากอยู่กับเต้ตลอดเวลา แต่ต่อจากนี้ไปเต้จะต้องอยู่คนเดียวแล้วนะ เต้ไม่ต้องกลัวนะว่าเราจะเหงา................
เราไม่อยากให้เต้ลืมเรานะ สัญญากับเราได้ไหมว่าเต้จะไม่ลืมเรา จำเราไว้ว่าเป็นคนรู้จักคนหนึ่งก็ได้ แค่นั้นก็พอ หาเวลาปีละครั้งไปเยี่ยมเราบ้างนะ.................เราจะรอเต้ รอ รอ .....เรารอเต้ได้เสมอ...รอจนหมดลมหายใจเต้เป็นคนเดียวและคนสุดท้ายที่เราจดจำ.........เราอยากให้เต้อยู่กับเราตอนที่เราอยู่ในห้องไอซียู.....อยากให้เต้เป็นคนสุดท้ายในชีวิต......แต่วันนั้นเต้หายไปไหน หลังจากวันนั้นที่เราทะเลาะกันครั้งสุดท้ายเต้ก็หายไปเลย ...เต้ไม่เคยมาเยี่ยมเราเลย.........เต้ไม่ห่วงเราหรอ......เต้ เราปวดหัวเหลือเกิน.....เต้....เต้...เ //////
............................................
ผมปิดไดอารี่ลงช้าๆผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว ผมมันโง่ ผมมันไม่รู้จักใจตัวเอง ที่ผ่านมาผมรักแอ้ม
วันวาเลนไทน์ทุกปีที่ผ่านมาตั้งแต่ผมได้เจอแอ้ม ผมมักจะซื้อดอกกุหลาบสีขาวให้ตลอด แต่ผมไม่กล้าให้แอ้มผมกลัวแอ้มจะไม่รับมัน ผมรู้ว่าแอ้มชอบดอกกุหลาบสีขาวมาก
ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว ผมจบเกษตรมา ผมทำงานผมมีกิจการเล็ก เกี่ยวกับต้นไม้ มีเงินมากมายแต่ผมไม่เคยมีความสุขเลย แอ้มบอกให้ผมไปเยี่ยมเธอ ปีละครั้ง ผมทำไม่ได้หรอก เพราะผมทนรอให้เวลาผ่านไปแต่ละปีไม่ได้ ผมปลูกบ้านใกล้กับหลุมศพขอองแอ้ม ผมซื้อที่รอบๆหลุมศพแอ้ม ผมใช้ชีวิตอยู่รอบๆแอ้มทุกวัน เวลาผ่านไป 6 ปี ดูสิแอ้ม ดูสิ ผมปลูกกุหลาบสีขาวที่แอ้มชอบให้แอ้มเต็มเลย แอ้มลุกขึ้นมาดูสิ ที่ที่ผมซื้อไว้ 90 กว่าไร่ ตอนนี้มันได้กลายเป็นทุ่งดอกกุหลาบสีขาวไปหมดแล้ว แอ้มเห็นไหม ผมปลูกให้แอ้มคนเดียวนะ เพื่อเป็นการชดเชยที่ผมไม่เคยให้อะไรแอ้มเลย ....................ผมไม่สามารถรักใครได้อีก .................
เพราะหัวใจของผมมันถูกฝังไปพร้อมๆกับแอ้มตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ............

.............ถ้าชอบก็ช่วยกันโพสต่อๆกันนะ...........

By : คนไร้หัวใจ...    Date : 29 Mar 2007 13:22     ส่งจดหมายถึง คนไร้หัวใจ...  IP-address : 203.113.86.131   แจ้งลบความเห็นที่  #115 ( 95430 )


ความเห็นที่ #116 ( 95487 )

มันเป็นเรื่องเล่าต่อกันมาของชมรมเราอะ ว่ามีรุ่นพี่คนหนึ่งทำให้ผู้หญิงต้องเสียใจและในที่สุดผู้หญิงก็ฆ่าตัวตายในชมรม อะครับ~ ลองอ่านกันนะครับ!!! ผมว่าคุณประธานรุ่นที่ 13 ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะครับ แต่แอมเค้าเดินหนีไปตังหาก แฮะๆๆ~!!!

ผมไม่เคยคิดที่จะรับดอกไม้จากใคร หลังจากตอนที่ได้ให้ดอกไม้เมื่อหลายปีก่อนก็ทำให้ผมไม่อยากรับดอกไม้อยากจะเป็นโสด จนเพื่อน ๆ ที่ร.ร.ต้องสงสัยว่าทำไมไม่รับดอกไม้ทั้งที่สาวสวยหน้าตาดีจากวิทยาลัยการอาชีพ ฝั่งตรงข้าม ทั้งๆที่เค้าเฝ้าดูอยู่ทุก ๆ วันผมเลยเล่าเรื่องให้เพื่อน ๆ ฟัง


อั้ม + นี่ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ / เด็กผู้ชายเข้ามาทักทาย

แอม+ ยังค่ะ แล้วอั้มรอใครอยู่หรือคะ / เด็กผู้หญิงตอบแล้วถามไถ่

อั้ม + ยัง และเราก็ไม่ได้รอใครด้วย / เด็กผู้ชายตอบอย่างเขิน ๆ

แอม + จะกลับรึยังเหรอคะ / เด็กผู้หญิงด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

อั้ม + ก็กำลังจะกลับอยู่ / เด็กผู้ชายหน้าแดงทำท่าอาย ๆ

แอม + กลับด้วยกันมั้ยคะ บ้านเรากับบ้านอั้มก็ใกล้ ๆ กัน / เด็กผู้หญิงเริ่มเก็บของ

อั้ม + แล้วแต่เธอแล้วกันนะ เรายังไงก็ได้ / เด็กผู้ชายเริ่มหลบหน้าและสะพายกระเป๋า

แอม + งั้นกลับด้วยกันเลยนะคะ / เด็กผู้หญิงจูงมือเด็กผู้ชายแล้วเดินไปอย่างช้า ๆ

อั้ม + อืม! / เด็กผู้ชายหน้าแดงและทำท่าไม่เอาไหน

แอม + อาทิตย์หน้า ก็วาเลนไทน์แล้วสินะคะ ไม่รู้ว่าจะมีใครมาให้ดอกไม้เรารึป่าวนะ / เด็กผู้หญิงกลบเกลื่อนใบหน้าด้วยการยิ้มแย้ม

อั้ม + มีสิ เราเชื่อว่าต้องมีนะ / เด็กผู้ชายยิ้มให้เป็นครั้งแรก

แอม + ค่ะ / ทั้งสองคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

และในที่สุดก็ถึงวันวาเลนไทน์

อั้ม + นี่แอมกลางวันว่างปะ / เด็กผู้ชายเข้ามาทักทาย

แอม + ว่างคะทำไมเหรอคะ /เด็กผู้หญิงทำหน้า งง?

อั้ม + แค่จะชวนไปกินข้าวเฉย ๆ / เด็กผู้ชายเริ่มมีอาการหน้าแดง

แอม + ตกลงค่ะ / เด็กผู้หญิงหันมายิ้ม

ทั้งสองนั่งสนทนากันระหว่างเรียนคาบก่อนพักเที่ยงกันอย่างสนุกสนาน

อั้ม + ไปเถอะ ชั่วโมงบ่ายเรามีอะไรจะให้ / เด็กผู้ชายทำหน้ายิ้มสะแยะ

แอม + แล้วทำไมไม่ให้ตอนพักล่ะ / เด็กผู้หญิงทำท่าทางแปลก ๆ

อั้ม + ชั่วโมงบ่ายกลับบ้านใช่มั้ยล่ะ เราจะได้ไม่อายใคร และเธอก็ไม่โดนใครล้อเลียนไงล่ะ / เด็กผู้ชายทำหน้าอาย ๆ

แอม + อ๋อ ได้สิ / เด็กผู้หญิงยิ้มและชูสองนิ้ว

หลังจากทั้งสองกินข้าวกันเสร็จ และก็เก็บกระเป๋าเพื่อจะเดินกลับบ้าน รักในวัยเด็กของเธอเพิ่งเริ่มขึ้นตอนอายุ 14

แอม + ที่ว่าเธอจะให้อะไรเราหน่ะ เธอจะให้อะไรเราเหรอ / เด็กผู้หญิงมองหน้า

อั้ม + อ๋อ อะเราให้ดอกกุหลาบ และนี่ช็อกโกแลต ส่วนนี่ตุ๊กตาหมีสีแดงและสีขาว ส่วนนี่ / เด็กผู้ชายจุฟ แก้มเด็กผู้หญิง

แอม + ขอบคุณนะ ที่ให้ดอกกุหลาบ20ดอก ขอบคุณนะที่ให้ช็อกโกแลต 100 อัน และขอบคุณนะที่ให้ ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ 2 ตัว ขอบคุณนะสำหรับรอยจุฟ / เด็กผู้หญิงพูดคำขอบคุณ และจุฟปากเด็กผู้ชายอย่างช้า ๆ และเนิ่นนาน

อั้ม + แอม เป็นแฟนกับเรานะ / เด็กผู้ชายขอเด็กผู้หญิงด้วยความรู้สึก

แอม + เอ่อ! ก็ไปถามแม่เราดูสิ / เด็กผู้หญิงทำหน้าอาย ๆ

และแล้วอั้มก็เดินไปกับแอมเพื่อไปขอแม่แอมให้อนุญาตเป็นแฟนกัน

แม่แอม + แอม ลูกพาใครมาเหรอลูก / แม่แอมทำหน้ายิ้มและค่อย ๆ ฟังคำอธิบาย

แอม + เพื่อนแอมค่ะแม่ เค้ามาขอนู๋เป็นแฟน นู๋เลยให้เค้ามาขอแม่ก่อนอะคะ / เด็กผู้หญิงเริ่มมีเหงื่อตกเล็กน้อย

แม่แอม + ไหนเธอลองพูดมาสิว่าทำไมถึงชอบลูกสาวฉัน / แม่แอมเริ่มโกรธ

อั้ม + ครับ ผมชอบแอมมาก ไม่สิครับ รักมากเลยล่ะ เพราะแอมนิสัยดี กิริยามารยาท ก็ดี เรียบร้อยรักเรียน เรียนเก่งอ่อนโยน ผมรักแอมจากหัวใจครับ

แม่แอม + ตกลงฉันจะให้เธอทั้งสองลองคบกันดู / แม่แอมเริ่มยิ้มอีกครั้ง
อย่างมีใจ

แอม + อั้มกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนก็ได้วันหลังค่อยออกไปเที่ยวกันนะ / แอมยิ้มให้

อั้ม + ตกลงพรุ่งนี้เรามารับนะ / อั้มยิ้ม

วันเสาร์ ตอนบ่าย 1 ครึ่ง


อั้ม + แอมเรามาแล้วนะครับ / อั้มตะโกนซะดัง

แอม + มาแล้วค่ะไปไหนกันดีอะคะ / แอมใส่ชุดที่เรียกว่า สวยและเซ็กซี่มาก ใส่สายเดี่ยวเอวลอยสีเทาออกดำ ยีนขาสั้นแค่คืบถ้วนสีดำเอวต่ำ รองเท้าแตะ (อีหนีบ) สีชมพูแปร๋น ให้เห็นเรือนร่างอันเปลือยป่าว

อั้ม + แอมเราว่าแอมไม่กลัวโดนแม่แอมว่าบ้างเหรอแต่งตัวแบบนี้เนี่ย / อั้มเริ่ม งง

แอม + แม่เราไม่อยู่อะเราเลยใส่ออกมาเที่ยว / แอมยิ้ม

อั้ม + อือ ๆ / อั้มทำหน้าเซง ๆ

แอม + เราว่าไปบ้านอั้มดีมั้ยคะ แม่อั้มไม่อยู่นี่นา / แอมยิ้มแบบมีเรศนัย

อั้ม + จะไปบ้านเราทำไม ห้องเรามันรก / อั้มเริ่มกลัวแอม เพราะแอมแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดและทาปากสีชมพูโอสด แก้มออกสีแดง แต่งหน้าซะ ดูแล้วมาให้ท่าชัด ๆ เพราะแอมโกหกว่าแม่แอมไม่อยู่ ทั้งๆที่เราเห็นว่าเดินอยู่หลังบ้าน

แอม + ทำไมเหรอ ไปไม่ได้เหรอ เป็นแฟนกันไปบ้านกันไม่ได้เหรอไง / แอมเริ่มงอน

อั้ม + อืม ๆ ไปก็ได้ ๆ / อั้มไม่อยากขัดใจแอม

อั้มขับมอเตอร์ไซต์ให้แอมซ้อนไปที่บ้าน

อั้ม + เนี่ยแหละห้องเรา / อั้มไม่ค่อยอยากให้แอมวุ้นวาย

แอม + ก็ดีนี่คะ สวยดี / แอมพูดไปยิ้มไป

อั้ม + ชอบมั้ยล่ะ / อั้มยิ้ม

แอม + ชอบนะถ้าเราได้อยู่ด้วยกันตลอดไป / แอมพูดคล้ายเป็นเชิงให้ท่า

อั้ม + แอมเราเลิกกัน / อั้มพูดอย่างสงบปากสงบคำ

แอม + ไหนบอกแอมว่ารักไง / แอมร้องไห้เรียกน้ำตา

อั้ม + แอมเราขอโทษ เราไม่ได้รักแอมเลยที่ผ่านมามันแค่อารมณ์ชั่ววูบขอโทษนะ/อั้มบอกขอโทษ

แอม + ไม่เอาแอมไม่เลิกแอมรักอั้มถึงอั้มจะย้ายไปร.ร.อื่นแต่แอมก็ไม่ปล่อยอั้มไป เพราะแอมรักอั้ม / แอมร้องไห้โฮ

อั้ม + แอมปีหน้าเราก็อยู่ม.6แล้วนะพอจบม.6แอมก็คงไปมีคนใหม่แอมก็คงไม่รักอั้มแล้ว อั้มว่าเราเลิกกันดีกว่านะ / อั้มเดินจากไป

แอม + แต่แอมรักอั้มนี่น่า แอมรักอั้มยอมให้อั้มได้ทุกอย่าง เราก็ยอมได้และจะยอมให้อั้มทำทุกอย่างกับเรา / แอมวิ่งตามและร้องไห้อย่างคร่ำครวญ

อั้ม + แอม ที่เราเคยรักแอม เรารักด้วยจิตใจ แต่เราแค่ปลดปล่อยแอมไป เพราะเราไม่ใช่ผู้ชายที่ดี แอมเรายอมให้แอมไปมีอนาคตที่ดีกว่านี้ เรายอมให้แอม ไปเจอคนที่ดีกว่าเราเพราะเรา “ไม่มีค่าพอให้แอมมารัก” / อั้มเริ่มร้องไห้

แอม + ขอบคุณนะที่ปลดปล่อยเรา เราจะไปมีอนาคตที่ดีอย่างที่อั้มว่าให้ได้ / แอมนิ่งเงียบและเดินจากไป

อั้ม + แอมเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่มั้ย / อั้มยิ้ม

แอม + อืมใช่เรายังเป็นเพื่อนกันสิ แต่อั้มสัญญากับเราอย่างสิ ว่าอั้มจะไม่คบกับใครนอกจากว่าคนั้นจะใช่คนที่อั้มรักจากหัวใจ หรือเป็นแอมเท่านั้น / แอมขอร้อง
อั้ม + ได้สิอั้มสัญญา / อั้มกล่าว

หลังจากนั้น อั้มได้ย้ายไป ร.ร.ใหม่

อั้ม + สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ผมชื่อ อั้ม ครับย้ายมาจาก ร.ร. เซนต์สตรีเฟ้น ครับ

เพื่อน ๆ ในห้อง + นายมานั่งนี่ก็ได้นะคะ * มานั่งข้างเรานะครับ / ต่างคนต่างแย่งกันให้อั้มมานั่งข้าง ๆ

อั้มได้เลือกนั่งข้างเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

ฟิล์ฟ + หวัดดีครับ เรา นัทนนท์ ครับหรือ ฟิล์ฟ / ฟิล์ฟแนะนำ

อั้ม + หวัดดีเช่นกันครับ ผม ปิยะกิตติ ครับ หรือ อั้ม / อั้มทักทายฟิล์ฟ

ฟิล์ฟ + นายทำไมถึงย้ายมาร.ร.สรกิจพิทยา นี่อะครับ ในเมื่อที่เก่าก็ดีอยู่แล้ว / ฟิล์ฟแค่เอ่ย

อั้ม + เรามีอดีตที่มันเศร้าเล่าไม่ได้ / อั้มพูดและยิ้ม^ ^

ฟิล์ฟ + แล้วทำไมนายไม่รับดอกไม้จากผู้หญิงคนนั้นละครับทั้งๆๆที่คุณก็อยู่มานานเกือบจะจบแล้ว เห็นคุณได้ดอกไม้แต่คุณก็ไม่พูดกับผู้หญิงคนนั้น / ฟิล์ฟเริ่มสงสัย

อั้ม + ง้านเราก็เล่าเรื่องให้นายฟังเลยนะละกัน / ให้ทุกคนไปอ่าน ตั้งแต่ต้นใหม่

หลังจากที่ทุกคนได้ฟังเรื่องทั้งหมด

โอ๋ + งั้นเอ็งก็รอผู้หญิงคนนั้นกลับมาสิว้า / เพื่อนในกลุ่มกล่าว

แต๊ก + เออ! ใช่ทำไมเอ็งถึงทิ้งเค้าล่ะ / เด็กผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดในกลุ่มกล่าว

อั้ม + ความรักไม่ใช่การโกหก ความโลภไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง หลงไม่ใช่ความซื่อตรงต่อตนเองและคนรัก ข้าไม่รอ แอมเพราะแอมไม่ได้รักข้าที่จิตใจ แต่แอมรักข้าเพราะความหลง / อั้มเผยจากใจ

ฟิล์ฟ + แล้วทำไมไม่รักผู้หญิงที่วิทยาลัยการอาชีพฝั่งตรงข้ามว้า / ฟิล์ฟทำหน้า งง?

อั้ม + ดูไม่ออกเหรอไง ผู้หญิงนั่นก็แค่ให้ท่าไปวัน ๆ ไม่คิดจริงจังกับใครหรอก และคนที่เข้ามาจีบผู้หญิงจำพวกนี้เพราะ “หวังที่จะฟัง แล้วทิ้ง” / อั้มหัวเราะหลังจากพูดเสร็จ

โอ๋ + เอ็งรู้ได้ไงว้าสาดดดดด~ / โอ๋หัวเราะ

อั้ม + ก็ดูดิว้า ผู้หญิงที่ไหนจะมาให้ดอกไม้ผู้ชายได้ทุกวัน / ทุกคนหัวเราะ

แตงกวา + สวัสดีคะ คุณสินะที่เป็นเด็กใหม่เพิ่งย้ายเข้ามาร.ร.ฝั่งตรงข้าม เราชื่อแตงกวานะคะ เผอิญว่ารถของแตงกวาเกิดเสียอะคะช่วยไปดูรถให้ทีสิคะ / ผู้หญิงที่เคยส่งดอกไม้และเฝ้ามองอั้มทุกวัน

อั้ม + ขอโทษนะครับ บังเอิญผมไม่ใช่ช่างซ่อมรถ และผมไม่ใช่คนใช้ของคุณ ถ้ารถผมมีปัญหาอะไรผมจะไปเข้าอู่ดีกว่ามานั่งอ่อยให้ท่าผู้ชายอยู่อย่างคุณ / อั้มทำหน้าเก๊กและพูดอย่างไม่เกรงใจ

แตงกวา + คุณเป็นผู้ชายรึป่าว อดใจยังไงไหวให้ท่าก็แล้วมาอ่อยถึงที่ก็แล้ว วันนี้อุส่าใส่กระโปรงสั้นเป็นพิเศษ มาให้ท่าคุณเต็มที่ / แตงกวาหน้าเริ่มด้านชา

อั้ม + คนอย่างคุณก็ดีแต่ให้ผู้ชายที่ผ่านไปผ่านมา ฟันเล่น ๆ แล้วทิ้งไปก็เท่านั้น คุณมันต่ำเกินไปสำหรับผม คนที่ผมรักมีแค่คนเดียวคือ “แอม” คนที่ผมรักและจะใช้เวลาอยู่ร่วมกับเธอ ผมจะรอการกลับมาของ แอม คนเดียวเท่านั้น / อั้มพูดอย่างไม่เกรงใจ

แอม + อั้มรักเราจริงเหรอ / แอมกลับมาหาอั้มอีกครั้ง

อั้ม + แอมเหรอ แอมจริง ๆ เหรอ / อั้มตกใจ

แต๊ก + ไหนเอ็งบอกไม่ต้องการแอมแล้วไง ทำเป็นใจแข็งนี่หว่า! / แต๊กพูดขึ้น

อั้ม + เอ่อ! แอมเราขอโทษแอมจริง ๆ นะ / อั้มหน้าเริ่มแดง

แอม + ผู้หญิงคนนี้ ใครเหรออั้ม / แอมเริ่มน้ำตาคลอเบ้า

แตงกวา + แฟนเธอนี่ดีจริง ๆ นะฉันให้ท่าก็แล้วมาอ่อยถึงร.ร.ก็แล้วใจแข็งชะมัด / แตงกวาถอนหายใจแรง ๆ

แอม + อั้มเก่งจังนะ / แอมพูด

อั้ม + แอมแต่งงานกับนะ เมื่อแอมเรียนจบ และเราเรียนจบ / อั้มยิ้มและขอแอมแต่งาน

แอม + คงไม่ได้หรอกนะอั้ม เรามีคู่หมั้นแล้ว / แอมน้ำตาคลอ

อั้ม + ไหนแอมบอกจะรออั้มไง / อั้มเริ่มตาแดง

แอม + เราเห็นอั้มไม่ต้องการเราแล้ว และเรื่องที่ผ่านมามันก็แค่ขำ ๆ น่าสนใจด้วยเหรออั้ม / แอมพูดอย่างมั่นใจ

อั้ม + อืม บ๊าย บาย นะแอม ขอให้แอมมีความสุขกับคนใหม่นะ / อั้มได้แต่ยิ้มแสยะ

กุ๊งกิ๊ง + อั้ม เป็นไรมั้ย / สาวน้อยที่คอยดูแลอั้มมาตลอด

อั้ม + กุ๊งกิ๊ง เราก็ชอบเธอนะ เป็นแฟนกับฉันและเป็นเจ้าสาวในอนาคตของฉันได้มั้ย กุ๊งกิ๊ง / อั้มขอร้องกุ๊งกิ๊ง

กุ๊งกิ๊ง + จริงเหรอ อืมเราจะเป็นเจ้าสาวที่ดีให้ได้ / ทั้งคู่รร้องไห้และกอดกัน
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เรียนจบและได้วางแผนจัดงานแต่งงานกันกับกุ๊งกิ๊ง

แอม + อั้มเราขอโทษนะ กับเรื่องที่ผ่านมา อั้มยังรักแอมอยู่มั้ย / สภาพขอแอมมีทั้งริ้วรอยการโดนทำร้ายร่างกาย

อั้ม + แอมโดนอะไรมา / อั้มถาม

แอม + กัส เค้าตบแอมเค้าบอกว่าแอมยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวเค้าเกินไป / แอมร้องไห้

อั้ม + แอมเราไม่รักแอมแล้วเรามีคู่หมั้นมีคนที่อั้มจะใช้ชีวิตคู่แล้ว ไปอยู่กับกัสเค้าเถอะ เราเจ็บมามากพอแล้ว เราไม่อยากเจ็บอีกแล้ว เข้าใจมั้ยแอม เราไม่อยากเจ็บอีกแล้ว / อั้มร้องไห้ใส่แอม

อั้ม + แอมเรามีการ์ดเชิญไปงานแต่งของเรากับ กุ๊งกิ๊ง ด้วย นี่แอมต้องไปนะ 25 มีนาคม นี้ ต้องไปนะแอม / อั้มเดินเข้าบ้านหลังจากยื่นการ์ดให้แอม

แอมได้แต่นั่งร้องไห้ ได้แต่ละทิ้งอดีต และจากไปอย่างไม่มีสาเหตุ

ไม่นานก็รู้ข่าวจากรุ่นน้อง(น้องของเพื่อนในชมรม)ในชมรมว่าแอมกรีดแขนตัวเองตายในห้องน้ำ

ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกนะครับ แต่เจอมาแล้วเลยเชื่อ แต่คุณ แอมเป็นผู้หญิงที่สวยมากจริงๆๆครับ

By : คิโนะชิต ~ ทามมูระ ~ เอ็นโด ~ รันโด ~ ยูนะ+รีนะ    Date : 30 Mar 2007 01:19     ส่งจดหมายถึง คิโนะชิต ~ ทามมูระ ~ เอ็นโด ~ รันโด ~ ยูนะ+รีนะ  IP-address : 203.113.41.40   แจ้งลบความเห็นที่  #116 ( 95487 )


ความเห็นที่ #117 ( 95488 )

ร้องไห้เลยอะ

By : ตังเม    Date : 30 Mar 2007 01:22     IP-address : 58.8.24.117   แจ้งลบความเห็นที่  #117 ( 95488 )


ความเห็นที่ #118 ( 96964 )

เศร้ามาก

By : ขอโทด    Date : 10 Apr 2007 10:36     IP-address : 203.113.41.8   แจ้งลบความเห็นที่  #118 ( 96964 )


ความเห็นที่ #119 ( 100159 )

รักเจ และอยากบอกว่าขอโทดเราผิดไปแร้ว ที่ผ่านมาไม่มีเวลาหั้ยได้โปรดกับมารักกัน ปล.ฟังเพลงชีวิตที่ขาดเทอแร้วร้องทุกที

By : น้ำตาคือความรัก    Date : 29 Apr 2007 00:01     IP-address : 203.113.41.8   แจ้งลบความเห็นที่  #119 ( 100159 )


ความเห็นที่ #120 ( 100417 )

ขอแค่ฝัน)
คำบางคำอย่ารอ……ให้สายเกินไป

ผมกำลังยืนอยู่บนสะพานแขวนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ท้องฟ้าในคืนนี้มืดสนิท
มีเพียงแสงเรืองเรืองของหลอดไฟทอดยาวตามแนวสะพานไป
การที่ได้เห็นกรุงเทพในมุมนี้
มันทำให้ได้พบหลายต่อหลายอย่างที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น ผมมองออกไปในย่านชุมชน
แสงไฟหลากสีในอาคารบ้านเรือนกระจายไปจนสุดลูกหูลูกตา
เรียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปเป็นถนนทอดยาว มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถที่สาดไปยังริมถนน
ส่วนบนสะพานที่ผมกำลังยืนอยู่นี้ก็เป็นถนนกว้างพอสมควร
มีรถวิ่งอย่างเบาบางเพราะคนมักจะใช้เส้นทางอื่นกัน บนนี้มันจึงเงียบสงบ
ผมไม่แปลกใจเลยที่เธอมักจะชวนผมมาที่นี่เป็นประจำ
ผมไม่ได้ขึ้นมาบนนี้หลายปีแล้วเพราะที่แห่งนี้มันทำให้ผมหวนนึกถึงเธอ
เธอมักจะให้ผมมายืนดูดาวเป็นเพื่อนเธอ
กินไอศกรีมรสสตอเบอรี่ที่เธอชอบเป็นเพื่อนเธอ
ที่แห่งนี้มันเคยทำให้ผมมีความสุข ผมคงได้ขึ้นมาบนนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
หลังจากวันนี้ไปผมจะจากไปและไม่หวนกลับมาอีก จะมีเพียงความทรงจำของเธอเท่านั้น
ที่จะอยู่ในใจผมตลอดไป……
….ผมได้รู้จักเธอครั้งแรกก็เมื่อตอนที่ผมอยู่ชั้น ม.1
ผมก้าวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ พวกเราต่างก็เป็นนักเรียนใหม่
หลายหลายอย่างในห้องใหม่ของผมนี้ดูมันจะน่าเบื่อซะจริงจริง
หลังจากที่เคารพธงชาติแล้วทุกคนก็เข้าชั้นเรียน
และก็เป็นธรรมดาของนักเรียนใหม่ทั้งหลายก็ต้องมีการแนะนำตัวกัน
อาจารย์ประจำชั้นของผมเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40 ดูท่าทางอาจารย์เป็นคนใจดีมาก
อาจารย์ก็เริ่มแนะนำตัวเอง ขณะที่อาจารย์กำลังพูดอยู่
ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา “อาจารย์ค่ะ ขออนุญาตเข้าห้อง”
ผมรีบหันไปยังที่มาของเสียงนั้นทันที แล้วหญิงสาวก็ก้าวเข้ามา
โอ้!แม่เจ้าโว้ย เธอช่างน่ารักอะไรอย่างนี้ ถึงดูเธอจะชอบตื่นสายไปสักหน่อย
แต่ถ้าเอามาบวกลบกับความสวยแล้ว ตื่นสายแค่นี้ผมยกให้ ความคิดผมในตอนนั้น
ทำยังไงจะได้รู้จักเธอบ้างนะเธอเดินเข้ามาแล้วก็หาเก้าอี้นั่ง
ตอนนั้นที่ข้างผมมีกระเป๋าใครก็ไม่รู้วางอยู่
คนทั้งห้องตอนนั้นก็คุยกันโดยไม่สนใจอะไรเลย
ผมเลยจับกระเป๋านายที่นั่งข้างผมโยนไปโต๊ะตัวข้างหลัง
ทั้งห้องเลยเหลือที่ว่างอยู่ที่เดียว คือที่นั่งข้างผม เธอเดินมาใกล้ๆ
ผมแล้วก็พูดอย่างอ่อนหวาน
“นั่งด้วยได้มั๊ย” ก็จะไม่ได้ ได้ยังไง
ก็ที่ตรงนี้ผมพึ่งจัดไว้ให้เธอโดยเฉพาะ ผมหันหน้าไปหาเธอแล้วก็พยักหน้า
แล้วเธอก็นั่งลงฟังที่อาจารย์พูดหน้าห้อง
ขณะที่เธอกำลังจับจ้องอยู่ที่อาจารย์
แต่ผมไม่สนใจอาจารย์เลยเอาแต่ชำเรืองไปที่หน้าของเธอ
ใบหน้าของเธอช่างขาวหมดจดอะไรอย่างนี้ แก้มเป็นสีชมพูอ่อนๆ
ดวงตาของเธอกลมโตใสเป็นประกาย ผมไม่เคยเห็นดวงตาคู่ไหนสวยแบบนี้มาก่อน
ขนตาของเธองอน ยังกะตุ๊กตา ปากเรียวเล็ก
ทั่วทั้งใบหน้าของเธอมันช่างสวยจับใจอะไรเช่นนี้
ผมใจลอยมองหน้าเธอตาไม่กระพริบเลย
ผมพยายามมองไปที่ปกเสื้อของเธอเพื่อจะดูว่าเธอชื่ออะไร
เกือบจะเห็นอยู่แล้วเชียว ทันใดนั้นเธอก็หันมาหาผม เธอยิ้ม “มีอะไรหรอค่ะ”
ผมสะดุ้งขึ้นมาทันที “อ้อ ปะ ปะ ป่าวครับ”
ผมตื่นเต้นไม่รู้จะทำอะไรเลยหยิบหนังสือในกระเป๋าขึ้นมา
ดันไปหยิบผิดหยิบเอาหนังสือโป๊ขึ้นมา เธอเหลือบมาเห็นเข้าเลยยิ้มแกมหัวเราะ
ทีแรกผมคิดว่าเธอยิ้มให้ผม แต่พอเห็นหนังสือในมือตัวเอง
ผมตกใจเลยรีบปัดความรับผิดชอบทันที “ไม่..ไม่ใช่ของผมครับ!
นายที่นั่งข้างหลังมันฝากไว้”
เธอหัวเราะอย่างน่ารัก”ก็ไม่แปลกหนิพี่ชายเค้าก็อ่าน”
ผมรีบเก็บทันทีแล้วเอาหนังสืออื่นขึ้นมา ผมอายเธอแทบแย่
ผมหยิบหนังสืออื่นขึ้นมาทันที
ผมนั่งอ่านหนังสือทั้งที่จิตใจมันอยู่ที่คนข้างข้าง
ผมนั่งเงียบได้พักหนึ่งเธอก็มาสะกิดผม ผมรีบหันไปหาเธอทันที
“อาจารย์ให้แนะนำตัวกับคนนั่งข้างข้างเค้าชื่อ รุ่งฟ้า เรียกว่า ฟ้า
เฉยเฉยก็ได้ แล้วตัวเองชื่ออะไร” ผมนั่งพิจารณาอยู่พักหนึ่ง
อืม…..คนอะไรนอกจากจะน่ารักแล้ว ชื่อก็ยังเพราะอีก “รุ่งฟ้า”
ผมทำไมชอบชื่อนี้จังนะ! ผมนั่งจนลืมไปเลยว่าเธอกำลังถามถึงชื่อผมอยู่
เธอสะกิดผมอีก
“ชื่ออะไร บอกบ้างสิ” ผมสะดุ้งอีกที “อ้อ! เราชื่อ แบ๊งค์”
“บ้านฟ้าอยู่แถวบางเขนนู้นบ้านแบ๊งค์อยู่แถวไหนหละ”
ผมตอบเธอทันทีเลยว่าอยู่แถวบางเขนเหมือนกัน
ทั้งที่ความจริงบ้านผมอยู่คนละเขตกับเธอเลย
“งั้นขากลับแบ๊งค์กลับเป็นเพื่อนฟ้านะ”
เธอก็ยิ้มแล้วพยักหน้าผมชอบรอยยิ้มของเธอจริงจริง หลังจากที่ผมรู้จักเธอ
ชั่วโมงนั้นทั้งชั่วโมงผมก็คุยกับเธอไม่หยุดเลย เธอเป็นคนพูดเพราะ
และคุยสนุกมาก ผมสามารถฟังเธอได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อเลย
หลังจากคาบนั้นผมก็ตามติดฟ้าทั้งวันเลย
ชนิดที่ว่าที่นั่งข้างเธอไม่มีใครแตะต้องได้เลย
เพื่อนทั้งห้องผมยังไม่รู้จักใครเลย ผมรู้จักแต่ฟ้าคนเดียว
หลังจากเลิกเรียนเราก็กลับบ้านพร้อมกันพอรถถึงบ้านเธอ เธอก็ลงรถ
เธอชวนผมลงไปเล่นบ้านเธอ แต่ผมก็ส่ายหน้ากลัวว่าพ่อเธอจะว่า
ผมนั่งรถเลยบ้านฟ้าไปอีก 1 ป้ายรถเมล์
จากนั้นผมก็ลงมาขึ้นฝั่งตรงข้ามเพื่อตีรถกลับไปลงโรงเรียน
แล้วผมถึงขึ้นรถที่จะกลับบ้านผมจริงจริง
และดูเหมือนการนั่งรถมาส่งฟ้าแบบนี้ผมทำทุกวันจนเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้
ฟ้าเธอชอบที่จะมาสายทุกวันเลย อาจารย์เริ่มที่จะสอนหนังสือแล้ว
ทุกอย่างที่อาจารย์สอนดูเหมือนมันจะซึมเข้าสมองผมอย่างรวดเร็ว
แต่ฟ้านี่สินั่งฟังอยู่ด้วยกันแท้แท้ แต่เธอกลับไม่รู้เรื่องเลย
พอพักเที่ยงผมก็ซื้อข้าว 2 จานออกมานั่งทานอยู่ม้าหินอ่อนกับฟ้า
ผมไม่เคยเข้าไปทานข้าวในโรงอาหารเลย
หลังจากที่ผมยื่นจานข้าวให้เธอเธอก็นั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย
ผมยังไม่ทานข้าวเพราะมีสิ่งที่ผมกังวลมากกว่า
ผมหยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ในกระเป๋าฟ้าออกมา “ฟ้า!
ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวแบ๊งค์ อธิบายให้ฟัง”
ผมเปิดไปเรื่อยๆขณะที่กำลังรอคำตอบจากเธอ
เธอใช้นิ้วเรียวเรียวของเธอชี้มาบนหนังสืออย่างรังเร
“ก็..ก็….ทั้งหมดเลยแหละ”
ผมจึงเริ่มอธิบายทั้งหมดให้ฟ้าฟังชนิดก๊อปปี้ทุกคำที่อาจารย์พูด
ผมอธิบายไปเกือบชั่วโมง จนหมดเปลือกเลยทีเดียว “เป็นไงฟ้าเข้าใจแล้วใช่มั๊ย”
เธอเริ่มมีอาการรังเรอีกแล้วครับท่าน “ฟ้า….ฟ้า…. เข้าใจ..ก็ได้”
ผมรู้ทันทีเลยว่าเธอไม่เข้าใจ
“โธ่! ฟ้าก็…งั้นฟังใหม่นะ”
ผมจึงเริ่มอธิบายใหม่ทั้งหมดไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบกว่าฟ้าจะเข้าใจได้
สงสัยว่าความสวยของเธอมันจะดูดกลืนเอาความเฉลียวฉลาดที่เธอมีไปซะหมดเลย
แต่ยังไงเธอก็น่ารักดี ยิ่งเวลาที่เธอทำหน้างงในสิ่งที่ผมสอน
ผมยิ่งรู้สึกว่าเธอน่ารักเข้าไปใหญ่
ผู้หญิงในอุดมคติของผมไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งก็ได้
จากวันนั้นผมก็คอยเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้ฟ้าเสมอมา
หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรผมก็จะอยู่ข้างฟ้าเสมอ
แล้วความรู้ทั้งหลายก็กำลังจะต้องถูกใช้ออกมา
วันนี้อาจารย์สอบเก็บคะแนนพวกเราก่อนที่จะสอบผมก็ติวให้ฟ้าอย่างเต็มที่
ย้ำแล้วย้ำอีกจนเธอบอกว่าเธอเข้าใจอย่างดีเยี่ยมเลย พอเข้าห้องสอบผมก็เริ่มทำ
มันง่ายมากเลยสำหรับผม อาจารย์ให้เวลา 1 ช.ม. แต่ผมเสร็จตั้งแต่ 20 นาทีแรก
ผมห่วงก็แต่ฟ้าที่นั่งอยู่คนละฟากกับผมเลย
สีหน้าของเธอตอนนี้ชักจะออกอาการแล้ว
พอหมดชั่วโมงอาจารย์ก็สั่งให้ผมยกข้อสอบทั้งหมดไปวางไว้โต๊ะห้องอาจารย์
ขณะเดินผมก็รีบเปิดหาของฟ้าทันที โอ้! แม่เจ้า ผิดหมดเลยครับ
ผมยืนคิดอยู่พักว่าจะทำยังไงดี เพราะข้อสอบคราวนี้มีคะแนนเยอะมาก
หากสอบไม่ผ่าน มีหวังเกรด 0 อยู่แค่เอื้อม
ผมเลยตัดสินใจหยิบกระดาษคำตอบใบใหม่ขึ้นมาแล้วผมก็ทำใหม่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทื่ทำก็ต้องคอยระวังอาจารย์เหมือนกัน พอผมทำเสร็จ ก็เขียนชื่อฟ้าลงไป
จากนั้นก็เก็บเข้ากองเดิมแบบที่อาจารย์ไม่สงสัยแม้แต่น้อย
ส่วนกระดาษคำตอบใบเดิมของฟ้าผมก็พับเป็นจรวดเล่นเห็นจะเป็นประโยชน์มากกว่า
หลังจากวันนั้นอาจารย์ก็ประกาศคะแนน ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ผ่านกัน
แต่ทุกคนก็ต้องอึ้ง! เมื่อทั้งห้องมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ได้คะแนนเต็ม
คือผมกับฟ้า
นายผมหนะเขาไม่ค่อยสงสัยกันหลอกเพราะใครก็รู้ว่าผมเรียนเก่งแค่ไหน แต่ที่
“รุ่งฟ้า” ได้คะแนนเต็มนี่สิทำเอาเพื่อนๆงง แบบบอกไม่ถูกเลยหละ
เธอดีใจหันมาหาผม “เห็นมั๊ยแบ๊งค์ ฟ้าก็ทำได้”
ผมแอบหัวเราะในท่าทางอันมั่นใจว่าทำได้! ของเธอ แต่ปากผมก็ชมเธอ
ผมไม่เคยบอกกับฟ้าสักคำว่าผมเป็นคนแก้ข้อสอบให้เธอ
และผมก็ยังใช้วิธีนี้ช่วยเหลือเธอหลายต่อหลายครั้งโดยที่เธอไม่รู้ตัว
จนในที่สุดเราก็ขึ้นมา ม.2 จนได้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ผมยังไปส่งเธอที่บ้านทุกวันไม่เปลี่ยนแปลง
ฟ้าก็ยังมาสายเหมือนทุกวันในปีที่แล้ว
จะเปลี่ยนไปก็แต่หนุ่มๆที่มาแอบชอบเธอดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันทุกวัน
วันนี้หลังจากโรงเรียนเลิกผมก็นั่งทำงานกลุ่มกับเพื่อนเพื่อนผมอีก 7 คน
แล้วผมก็ได้ยินเสียงคนเถียงกันอยู่ห้องถัดไป ทีแรกผมก็ไม่สนใจ
เพราะอะไรที่มันไม่ใช่เรื่องของผม ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาด
หรือแม้แต่แค่สนใจที่จะฟัง แต่พอเสียงมันเริ่มชัดขึ้น
คราวนี้ผมสนใจขึ้นมาทันที มันเป็นเสียงของฟ้าที่มีเสียงผู้ชายประมาณ 5-6
คนกำลังรุมต่อว่าเธอแบบที่ไม่ปล่อยให้เธอพูดเลย ผมลุกขึ้นทันที
หยิบไม้เบสบอลที่วางอยู่หลังห้องแล้วเดินไปยังที่มาของเสียง
เพื่อนผมที่นั่งด้วยกันมันก็ตามมาทันที “มีอะไรว่ะ แบ๊งค์!”
“ตามผมมา” ผมพูดพร้อมกับเร่งฝีเท้า พอผมเดินไปถึงจุดเกิดเหตุ
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดฟ้ากำลังยืนอยู่ท่ามกลาง รุ่นพี่ 5 คนที่กำลัง
ด่าเธอด้วยเรื่องที่ผมคอยช่วยเธอมาหลายต่อหลายครั้ง
ก็รุ่นพี่นายที่เป็นหัวโจกมันแอบชอบฟ้า แต่ฟ้าไม่สนใจมัน
เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับฟ้ากี่ครั้งผมนับแทบไม่ไหว
ก็ฟ้าเป็นคนสวยนี่ครับก็ต้องมีคนรุมชอบเธอเป็นธรรมดา
แต่ทุกครั้งที่มีคนบอกรักเธอ
เธอก็มักจะปฏิเสธทุกครั้งไป ผมปล่อยให้มันด่าฟ้าต่อไปโดยที่ผมยังไม่ผลีผลามเข้าไป
ผมยืนดูอย่างไม่พูดไม่จากับพวกเพื่อนผม
แล้วการเถียงกันมันก็เริ่มที่จะรุนแรงขึ้น
รุ่นพี่คนหนึ่งมันกระชากกระเป๋าฟ้าแล้วก็ผลักเธอล้มลงกับพื้น
ผมฟิตร่างกายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็เรียกนายที่มันผลักฟ้า พอมันหันมา
ไม้เบสบอลในมือผมก็ถูกขว้างออกไปอย่างเต็มแรงไม้หมุน360องศา ประมาณ 4 รอบ
แล้วก็ถึงปากมันพอดีไม้กระแทกปากมัน มันกระเด็นเลยทีเดียว มันลุกขึ้นมา
แล้วใช้มือจับดูปริมาณเลือดของตัวเองเลือดมันไหลนองไปหมด มันเดินตรงมาที่ผม
ผมรู้ดีว่าการชกกันในแบบนี้ ผู้ที่ลงมือก่อนจะได้เปรียบ
ผมไม่รอช้ายิงหมัดขวาอย่างไม่ยั้ง คราวนี้มันสลบยาวเลย
เพื่อนมันที่เหลือก็ตรงเข้ามากะจะอัดผมเต็มที่ เพื่อนผมที่มาด้วยกัน
จึงวิ่งเข้าตะลุมบอลกัน เก้าอี้ โต๊ะบริเวณนั้นถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ
ข้าวของในห้องกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ผลสุดท้ายรุ่นพี่ทั้ง 5
ก็สลบคาตีนพวกผม สภาพผมแต่ละคนในตอนนั้นก็สะบักสะบอมเอาการเหมือนกัน
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ ผมเก็บกระเป๋าฟ้าที่วางอยู่กับพื้นยื่นให้เธอ
“ฟ้า กลับบ้านกันเถอะ”
ผมกับฟ้าก็เดินกลับบ้านโดยที่เธอไม่พูดจาสักคำเอาแต่มองหน้าผม
แต่ถึงผมจะสะบักสะบอมแค่ไหนแต่ผมก็ยังจะไปส่งฟ้าเหมือนเดิม
เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดเลือดให้ผม จนผ้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเลย
เรายืนรอรถอยู่นานมาก เวลาก็เริ่มจะมืดแล้ว จนรถมา ผมเดินจะไปขึ้น
แต่ฟ้าเธอดึงผมไว้ “แบ๊งค์อย่าพึ่งกลับไปดูดาวเป็นเพื่อนฟ้าหน่อย”
ผมก็นึกตลกเหมือนกันทำไมเธอถึงอยากจะดูดาวนะ เธอพาผมขึ้นรถคันใหม่ไปกับเธอ
จนท้องฟ้ามืด ก็มาถึงที่ดูดาวที่เธอว่า “ที่นี่เหรอฟ้า
ที่ว่าจะพาแบ๊งค์มาดูดาว” เธอพยักหน้า “ใช่! ที่นี่หละ ฟ้าไม่เคยชวนใครมาเลยนะ
แบ๊งค์เป็นผู้ชายคนแรกที่ฟ้าพามาเลยหละ” ผมมองที่ ที่เธอว่าดูดาวที่นี่
มันสวย แล้วผมก็หัวเราะ ก็ที่นี่มันสะพานแขวนชัดชัด มันจะสวยกว่าที่อื่นตรงไหน
แต่ผมก็ไม่พูดอะไรปล่อยให้เธอเดินจูงมือผมแล้วก็เดินเพื่อจะขึ้นไปบนสะพานที่ว่า
เธอแวะซื้อไอศกรีมรสสตอเบอรี่ 2 อัน แล้วก็เดินต่อ
ข้างบนนี้มันเป็นสะพานแขวนที่รถวิ่งได้ 4 เลน แต่ไม่ค่อยจะมีรถวิ่งเท่าไหร่
เพราะเส้นทางนี้มันทำให้เสียเวลามาก
คนจึงมักจะใช้เส้นทางอื่นจะมีก็แต่รถที่จะวิ่งไปฝั่งธนบุรี
สะพานนี้มันจึงดูเงียบเชียบ
ขอบสะพานเป็นทางเท้าสำหรับคนเดินที่ทั้งสะพานดูเหมือนจะมีแค่ผมกับฟ้าเท่านั้นที่กำลังเดินอยู่
เธอพาผมเดินไปจนถึงกลางสะพานแล้วเธอก็หยุดเดิน
เธอมองลงไปตามชุมชนที่มีแสงไฟระยิบระยับ
และก็มองตามถนนที่เรียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนสุดลูกหูลูกตา
เธอมองขึ้นไปข้างบนเพื่อจะดูดาวบนท้องฟ้า อย่างที่เธอพูดจริงครับ
บนนี้ทุกอย่างมันดูสวยไปหมด เธอมองดาวพร้อมกับกินไอศกรีม
ผมแอบมองใบหน้าเธอตาไม่กระพริบเลย เธอทำไมถึงน่ารักอย่างนี้นะ
ไม่ว่าจะเรื่องหน้าตา หรือจะนิสัย เธอก็ดูดีไปหมด
เธอยังสวยเหมือนที่ผมเห็นครั้งแรกไม่มีผิด แต่ตอนนี้เธอดูจะสวยกว่าเดิม
เธอเริ่มที่จะเป็นสาวเต็มตัวแล้ว
แววตาที่กลมโตและเป็นประกายของเธอมันช่างสวยจับใจจริงจริง เธอหันมายิ้มให้ผม
“แบ๊งค์ ที่นี่สวยมั๊ย..ฟ้าชอบมาบ่อยๆ” ผมพยักหน้า “อื้ม ก็…สวยดีหนิ
แล้วปกติฟ้ามากับใครหละ”
“ก็มาคนเดียวหนะสิ…ถามได้ จะให้ฟ้ามากับใครหละจ๊ะ”
ผมมองตาเธอแล้วพูด “ทำไมฟ้าต้องมาคนเดียวด้วยหละ…. แค่ฟ้าออกปากชวน
ผู้ชายทั้งโรงเรียนก็พามากันเป็นแถบแล้ว มีคนเขาชอบฟ้าเยอะจะตาย” เธอยิ้ม
“ผู้ชายที่ว่าเนี่ย…รวมถึงแบ๊งค์ด้วยหรือเปล่าหละ”
ผมไม่ตอบเธอแล้วเงียบไป เธอใช้มือมาจับแผลที่อยู่แก้มผม “เจ็บมั๊ยแผลนี่”
ผมส่ายหน้า “ก็ ไม่เท่าไหร่” เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมออกมาเช็ดให้ผมอีก
“แบ๊งค์เนี่ย ยอมเจ็บเพื่อฟ้าเสมอเลยนะ แบ๊งค์เหมือนเป็นฮีโร่ ประจำตัวฟ้าเลย
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ช่วยฟ้าเสมอเลย ว่าแต่ว่าทำไมน๊า…. แบ๊งค์ถึงชอบช่วยฟ้า
เอ๊ะ….เอ๊ะ….คิดอะไรอยู่น๊า….” เธอพูดแบบอมยิ้มด้วยท่าทางน่ารัก
ผมรีบตอบไปเพราะความเขิน “ก็ ก็ ฟ้าเป็นเพื่อนแบ๊งค์ไง
เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิจริงมั๊ย” ผมพยายามหลบสายตาที่เธอมอง
แล้วก็ชวนเธอคุยเรื่องอื่น เราคุยกันจนดึกเธอก็ชวนผมกลับ ผมก็พยักหน้า “ฟ้า
ว่าแต่ว่าเราจะกลับกันยังไง รถก็หมดแล้ว ทุกครั้งที่ฟ้ามาฟ้ากลับยังไงหละ”
“ฟ้ามาทุกครั้งก็เดินกลับไง!”
ผมรู้สึกตลกทำไมเธอถึงต้องเหนื่อยเดินเพียงเพื่อมาดูดาวแค่นี้นะ
ผมก็เดินนำหน้าเธอ เธอเรียกผม “แบ๊งค์! แต่วันนี้ฟ้าไม่ต้องเดินกลับแล้ว”
ผมหันมาทันที “แล้วเราจะกลับยังไงหละฟ้า” เธอยิ้มแบบเด็กเด็ก “ก็
ทุกวันฟ้ามาคนเดียวฟ้าก็เดินกลับ….แต่วันนี้มีแบ๊งค์
ฟ้าก็จะขี่หลังแบ๊งค์กลับยังไงเล่า”
เธอพูดจบก็กระโดดขึ้นหลังผมแบบไม่ให้ตั้งตัวเลย “โธ่! ฟ้า..ก็..ตั้งไกลนะ”
เธอไม่ฟังผม แล้วเธอก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า แล้วสั่งให้ผมเดิน เธอชวนผมคุยตลอดทาง
การที่ผมได้ใกล้ชิดเธอขนาดนี้มันทำให้ผมไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย
คืนนี้มันทำให้ผมมีความสุขมาก หากผมหยุดเวลาได้ผมจะหยุดอยู่แค่ตอนนี้ตลอดไป……
การมาโรงเรียนอาจจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับหลายคน แต่สำหรับผมไม่เลยครับ
ผมอยากจะมาทุกวัน ทุกวัน ไม่มีวันหยุดไม่มีปิดเทอมเลยด้วยซ้ำไป
เพราะถ้าวันไหนผมไม่ได้เห็นหน้าฟ้าก็เหมือนบางอย่างในชีวิตผมมันขาดหายไป
วันนี้ผมมาโรงเรียนแต่เช้าเลยวันนี้เป็นวัน “วาเลนไทน์”
ผมนั่งข้างฟ้า ตลอดทั้งวันมีผู้ชายเอากุหลาบมาให้เธอนับดอกไม่ถ้วนเลย
แต่ผมก็ยิ้มและก็แสดงความยินดีกับเธอ
หลังจากที่โรงเรียนเลิกผมก็มาทำความสะอาดห้องเพราะวันนี้เป็นเวรประจำวันของผม
ฟ้าเธอก็นั่งรอผมอยู่หลังห้อง เธอนั่งเด็ดกลีบกุหลาบเล่น
ดูเธอจะไม่เสียดายดอกกุหลาบเหล่านั้นเลย หลังจากที่ผมทำความสะอาดเสร็จ
เวลาในตอนนั้นมันก็เย็นมากแล้ว ผมจึงออกไปล้างไม้ล้างมือแล้วก็ปิดห้อง
ฟ้าเธอก็ชวนผมกลับ
ขณะที่เธอกำลังเดินผมก็คิดอยู่นานจนในที่สุดผมก็แข็งใจเรียกเธอ
“ฟ้าเดี๋ยวก่อน” เธอหันมาหาผมแล้วยิ้ม “มีอะไรหรอแบ๊งค์”
ผมเปิดกระเป๋าสะพายของผมแล้วค้นหาสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น
มันถูกห่อไว้อย่างทนุถนอม
มันคือดอกทิวลิปส์สีขาวที่ผมเตรียมมาให้เธอตั้งแต่เช้า
แต่ผมไม่กล้าที่จะให้เธอ ถึงมันจะดูเฉาลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงงดงามอยู่
ผมค่อยๆคลี่กระดาษที่ห่อมันอยู่แล้วก็ยื่นให้ฟ้า
“อ๊ะ แบ๊งค์ให้” ตอนนั้นใจผมเต้นตุ๊บตั๊บเลย
เธอดีใจมากที่ผมให้เธอ
เธอค่อยๆหยิบจากมือผมไป ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ดวงตาของเธอจับจ้องมา
ที่ผม “สวยจังเลย…. รู้มั๊ย ทั้งวัน ฟ้ารอดอกไม้จากแบ๊งค์คนเดียวเลย”
เธอพูดจบก็เอากุหลาบหลายดอกที่ เพื่อนๆเธอให้
เธอเอากุหลาบทั้งหมดทิ้งลงถังขยะทันที เหลือแต่เพียงทิวลิปส์ที่ผมให้เธอ
มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมมีความสำคัญสำหรับเธอมากเลย
เธอรีบเดินมาขวางทางไม่ให้ผมเดินต่อ
เธอจ้องตาผมแววตาของเธอมันทำให้ผมเขินแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใจของผมเต้น ราว
150 ครั้ง ต่อนาทีได้มั๊ง เธอยิ้มแบบหน้าแดง ดูแล้วน่ารักมาก แล้วพูดกับผม
“เอ๊ะ….เอ๊ะ….เอ๊ะ แบ๊งค์ให้ฟ้าทำไมน๊า…บอกมาซะดีดี
รู้นะว่าคิดอะไรอยู่…รู้น๊ะ…รู้น๊ะ” ผมรีบหลบสายตาเธอด้วยความเขิน
แต่เธอก็ยังเดินอ้อมมาจ้องหน้าผม แล้วก็ถามอีก ผมหลบหน้าเธอไปเรื่อยๆ
จนในที่สุดผมก็ต้องจนมุม เพราะทุกครั้งที่เธอเริ่มจะจับได้ว่าผมชอบเธอ
เธอจะชอบถามผมแบบนี้ทุกครั้งไป แต่ผมก็มักจะหาข้อแก้ตัวทุกครั้ง
ผมคิดด้วยความเขินอยู่นานว่าจะแก้ตัวว่ายังไงดี “คือ…คือ อ้อใช่!
ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ไง แบ๊งค์ ก็อยากจะให้อะไรฟ้าบ้าง”
เธอหัวเราะในคำตอบของผม “แล้วทำไมถึงอยากจะให้ฟ้าหละจ๊ะ….ตอบให้ตรงประเด็นสิ”
ผมชักจะจนมุม เลยต้องวกไปคำตอบที่ผมมักจะใช้อยู่เสมอ “ก็…ก็
ฟ้าเป็นเพื่อนแบ๊งค์ไง”
“นั่นไง…ว่าแล้วเชียว
ชอบวนมาจบคำว่าเพื่อนอยู่เรื่อยเลยแบ๊งค์หนะจะตอบแบบอื่นบ้างไม่ได้หรือไง”
“อ้าว..ก็ถ้าไม่ให้พูดว่าเพื่อนจะให้พูดว่าไงหละ…ฟ้าก็” เธอจ้องตาผมอยู่นาน
”อ๊ะ…ถ้าแบ๊งค์บอกว่าคิดกับฟ้าแค่เพื่อน แล้วในห้องเราก็มีกันตั้ง 50 กว่าคน
ไม่เห็นว่าจะได้ดอกไม้จากแบ๊งค์ บ้างเลย….เนอะ”
ดูเหมือนผมจะแก้ตัวไม่ขึ้นเลยสำหรับคำพูดของเธอ ฟ้าเธอมักจะต้อนผมจน จนมุมเสมอ
และพยายามให้ผมยอมรับให้ได้เลยทีเดียว ผมไม่รู้จะตอบเธอว่าไง
ผมเลยชี้ไปที่ป้ายรถเมล์ “ฟ้า ฟ้า รถมาแล้วรีบไปกันดีกว่า”
“เดี๋ยวก่อนซี้…มาตอบก่อน” ผมรีบวิ่งขึ้นทันที
ตลอดทางบนรถเธอยิ้มและก็จ้องหน้าผมไม่กระพริบตาเลย
การเอาทิวลิปส์ให้เธอในวันนั้นทำให้ฟ้าเธอดูมีความสุขมาก
ผมรู้มาตั้งนานแล้วว่าเธอชอบทิวลิปส์สีขาวเพราะเธอเคยบอกกับผมว่าเธออยากที่จะมีทุ่งทิวลิปส์เป็นของตัวเอง
และผมก็เชื่อแน่ว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องมีทุ่งทิวลิปส์ที่เธอฝันถึงได้อย่างแน่นอน
เวลาในมัธยมต้นดูเหมือนว่ามันจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
วันนี้พวกผมสอบเป็นวันสุดท้ายของชั้น ม.3 แล้ว
วันนี้หลังจากที่สอบเสร็จผมก็ชวนเธอไปที่สะพานแห่งเดิม
วันนี้ผมอยากจะใช้เวลาอยู่กับเธอให้นานที่สุด
เพราะพรุ่งนี้โรงเรียนของเราก็จะปิดภาคเรียนแล้ว
ผมจะไม่ได้เห็นหน้าฟ้าไปอีกนานเลยทีเดียว
ผมแวะซื้อไอศกรีมรสสตอเบอรี่ให้เธอเหมือนเช่นเคย เธอยืนมองท้องฟ้าอยู่นาน
วันนี้ท้องฟ้าดูมีเมฆมากทำให้ไม่ค่อยเห็นดาวเอาซะเลย ฟ้าเธอหันมาพูดกับผม
“ว๊า.. วันนี้ไม่มีดาวเลย จะไม่ได้มาอีกตั้งนาน ไม่โรเมนติกเลยเนอะ”
ผมแอบหัวเราะในสิ่งที่เเธอพูด ท้องฟ้ามันก็เป็นท้องฟ้า
ไม่รู้ว่าเธออยากจะให้มันโรแมนติกอะไรนักหนา ผมเหลือบไปเห็นไดอะรี่
ที่ฟ้าเธอถือไว้แนบอก ไดอะรี่เล่มนี้ผมเห็นเธอพกติดตัวตลอดเวลา
ดูเธอจะหวงมันมาก ผมว่าจะถามเธอหลายครั้งแล้วว่าในนั้นมันคืออะไร
แต่ผมก็ไม่เคยถามเธอสักที ผมจึงค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบในขณะที่ฟ้ากำลังเผลอ
เธอไม่รู้ตัวเลยว่าไดอะรี่ของเธออยู่ในมือผมแล้ว ผมเปิดไดอะรี่อย่างเบามือ
แต่ฟ้าเธอรู้ตัวเสียก่อน เธอเอามือมาปิดไดอะรี่แล้วเธอก็ดึงของเธอคืน
“เอาไว้ถ้าฟ้าเขียนเสร็จสมบูรณ์ ฟ้าจะให้แบ๊งค์ดูเป็นคนแรก”
แล้วเธอก็ยิ้มให้ผม ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจที่ฟ้าเธอพูดเท่าไหร่
คำว่าเสร็จสมบูรณ์ของฟ้านี่ มันเป็นยังไงกันแน่นะ
ก็มันเป็นไดอะรี่หนิมันจะเสร็จสมบูรณ์ได้ยังไง แต่ผมก็ไม่สนใจ
เธอบอกว่าจะให้ผมดู วันหนึ่งผมก็คงได้ดูเพราะฟ้าเธอไม่เคยโกหกผม
ผมก็เลยแหงนหน้าดูดาวต่อ ผมยืนมองดาวเป็นเพื่อนเธอจนดึก
ทั้งที่เราต่างคนต่างก็เงียบ แต่ผมกลับรู้สึกว่าเธอกำลังพูดอยู่กับผมตลอดเวลา
ไม่รู้สิ การที่ผมได้อยู่กับเธอสองต่อสองมันทำให้ผมรู้สึกดีดีเยอะเลย
จากวันนั้นโรงเรียนก็ปิดภาคเรียน ผมไม่ได้เห็นหน้าฟ้าอีกนานเลยทีเดียว
แต่วันไหนที่ผมคิดถึงเธอจนทนไม่ไหวจริงจริง
ผมก็มักจะนั่งรถเมล์ผ่านไปหน้าบ้านเธอ ฟ้าเธอก็ไม่เคยอยู่บ้านสักที
แต่ก็เอาเหอะถึงไม่เห็นหน้าเห็นแค่หลังคาบ้านก็ยังดี
ผมเฝ้าแต่นับวันที่ผมจะได้เห็นหน้าเธอวันแล้ววันเล่า
ผมได้เห็นฟ้าอีกทีก็วันสอบเลือกสายโน่น
แหนะ ผมมาตั้งแต่เช้าเลย นายเรื่องสอบยังผมไม่กังวลสักนิด
แต่ที่รีบมาก็เพราะอยากจะมาเห็นหน้าฟ้า แล้วผมก็เห็นเธอ เธอยิ้มให้ผม
ใจผมอยากจะเข้าไปคุยกับเธอมาก
แต่อาจารย์ก็สั่งให้ทุกคนนั่งลงเพื่อเตรียมตัวที่จะสอบ
หลังจากวันนั้นก่อนที่อาจารย์จะติดป้ายประกาศชื่อนักเรียนว่าจะได้อยู่สายไหน
ห้องไหน ผมไปขอดูผลกับอาจารย์ที่ปรึกษาของผมก่อน
ชื่อผมกับฟ้าเราได้อยู่คนละห้อง กันเลย ฟ้าเธอหัวอ่อนได้อยู่สาย ศิลป์-ภาษา
ส่วนผมได้อยู่สาย วิทย์-คณิต คะแนนนี้นำโด่งเลย
ผมเห็นอย่างนั้นเลยขออาจารย์ย้ายไปอยู่ สายศิลป์-ภาษา ทันที
ทีแรกอาจารย์ก็ไม่อยากให้ผมเปลี่ยนห้องอาจารย์บอกว่าคนหัวไวอย่างผม เรียนสาย
วิทย์-คณิต จะไปได้ไกลเลย แต่ผมก็ไม่ฟัง ขอร้องอาจารย์ด้วยเหตุผล นานัปการ
จนในที่สุดอาจารย์ก็ย้ายชื่อผมไปห้องเดียวกันกับฟ้าเลยครับ
ผมดีใจมากที่ผมจะได้ใกล้ชิดเธออีกตั้ง 3 ปี
ก็ตลอดเวลาที่ผมได้รู้จักเธอมันกลายเป็นความผูกพันที่ฝังลึกอยู่ในใจผม
มันคงยากที่ผมจะละสายตาจากเธอได้
วันที่ผมรอก็มาถึง ฟ้าเธอดีใจมากที่เห็นผมได้อยู่ห้องเดียวกับเธอ
แต่เธอก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างผมทำไมถึงได้อยู่สาย ศิลป์-ภาษา
ฟ้าเธอดูเป็นสาวขึ้น สวยขึ้น
แต่นิสัยก็ยังคงเป็นฟ้าเหมือนเดิมเด็กผู้หญิงที่น่ารัก ขี้เล่น
และก็ชอบที่จะให้ผมเอาใจอยู่เสมอ เธอมักจะให้ผมชอบอะไรที่เหมือนเหมือนกับเธอ
เวลากินข้าวอาหารก็ต้องเหมือนกัน
ถ้าข้าวจานไหนเยอะกว่ากันเธอก็ต้องเอามาแบ่งให้เท่ากันทั้ง 2 จานถึงจะกินได้
น้ำที่ดื่มก็ต้องเหมือนกันโดยมากจะเป็นน้ำส้ม
ปากกายังต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเลย
และก็อีกหลายต่อหลายอย่างที่เธอมักจะสรรหามา แม้แต่รองเท้า
เธอยังเคยเปลี่ยนกันใส่กับผมเลย ถึงผมจะอายเพื่อนก็เหอะ แต่ผมก็ไม่เคยขัดใจเธอ
เธอว่าไง
ผมก็ว่างั้น ความสุขเล็กเล็กน้อยน้อยที่เกิดขึ้นในใจผมทุกวัน
จึงทำให้ผมรู้สึกห่วงใยเธออยู่ตลอดเวลา
เวลาที่เธอร้อนผมก็จะหากระดาษมาทำเป็นพัดแล้วก็พัดให้เธอ
เวลาที่เธอหนาวผมก็จะถอดเสื้อหนาวของผมคลุมให้เธอ
เวลาที่เธอตากฝนผมก็จะใช้กระเป๋าผมเป็นร่มบังฝนให้เธอโดยที่ไม่สนใจหนังสือที่อยู่ข้างในเลยว่ามันจะเปียกแค่ไหน
หรือแม้แต่เวลาที่เธอถูกอาจารย์ทำโทษ ผมก็มักจะออกรับแทนเธอเสมอ
ฟ้าเธอเป็นคนที่ไม่กล้าเถียงคนอื่น ผมจึงหาข้อแก้ตัวสารพัดมาช่วยเธอ
หรือถ้ามันเป็นความผิดแบบเต็มเต็ม ที่เถียงไม่ขึ้น ผมก็จะรับโทษแทนเธอ
เธอมักจะถามผมเสมอว่าผมทำไมถึงต้องดีกับเธอขนาดนั้น
แต่ทำไมนะถึงไม่มีสักครั้งเลยที่ผมจะกล้าเอ่ยปากบอกเธอว่า “ผมรักเธอ”
ผมเอาแต่กลัวกลัวว่าหากเธอรู้เธออาจจะจากผมไป
ผมเห็นจากที่ผู้ชายหลายคนที่มาจีบฟ้า ทั้งหล่อทั้งรวย
ฟ้าเธอก็ไม่เคยสนใจใครเลย ดูเหมือนชายในฝันของเธอคงจะต้องดีไปซะทุกอย่าง
สำหรับผม ผมขอแค่ได้อยู่ใกล้ใกล้เธอ ได้ทำอะไรเพื่อเธอ ได้เห็นเธอยิ้ม
เห็นเธอมีความสุข เท่านั้นมันก็มากพอแล้วสำหรับคนอย่างผม
ผมเป็นฮีโร่ประจำตัวฟ้าอยู่หลายปี ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมจะให้เธอยืนเดียวดาย
ตอนนี้พวกเราก็มาถึงชั้น ม.6แล้วนี่ก็เป็นปีสุดท้ายในชั้นมัธยมแล้วสินะ
ถ้าจะนับจากวันแรกที่ผมเห็นเธอและก็แอบหลงรักเธอ
ตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ก็ย่างเข้าปีที่ 6 แล้ว
แต่ความรักที่ผมมีให้กับเธอมันไม่เคยลดน้อยลงไปเลย ตรงกันข้าม
มันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ต้นรักที่เธอได้ปลูกไว้ในใจผมอย่างไม่รู้ตัวตอนนี้มันดูเหมือนจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปทุกอนูภาคของร่างกายผมเลยก็ว่าได้
เธอจะรู้บ้างไหมนะว่าผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนเคียงข้างเธอเสมอมา
เขาแอบหลงรักเธอจนหมดหัวใจ
เดี๋ยวนี้ผมกับเธอมักจะไปไหนด้วยกันเป็นประจำ ไม่ห่างกันเลยทีเดียว
เวลาที่ผมไปไหนเธอก็มักจะตามติดผมแจเลยเหมือนเด็กที่ขี้อ้อน
แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกรำคาญเธอเลย
มันกลับทำให้ผมยิ่งรู้สึกผูกพันกับเธอมากขึ้นเรื่อยเรื่อย
ผมฟันฝ่าอุปสรรคเคียงข้างฟ้าเสมอมา
จนในที่สุดเวลาในช่วงมัธยมของเราก็มาถึงจุดสุดท้าย เรากำลังที่จะEnt
ผมรู้ว่าฟ้าเธอจะเลือกคณะ สถาปัตยกรรม เธอขอให้ผมเรียนกับเธอด้วย ทีแรกผมก็ไม่
ไม่คำเดียวเลย เพราะใจผมอยากจะเรียนแพทย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
และความสามารถอย่างผมรับรองว่าสอบแพทย์ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
แต่ความผูกพันที่ฝังลึกในใจผม ที่มีให้กับฟ้านี่สิ มันทำให้ผมต้องคิดหนัก
ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องเลือกระหว่างคนที่ผมรักกับอาชีพที่ผมรัก ตลอดเวลา 6
ปีที่ผ่านมา เธอทำให้ผมมีความสุข เธอทำให้ผมไม่เคยเหงา
เธอทำให้ผมรู้สึกว่าโลกนี้มีคนที่ผมสามารถสละแม้ชีวิตเพื่อเธอ
แล้วผมจะทำได้หรือหากสองเราจะต้องห่างกัน ผมนั่งคิดนอนคิดอยู่นาน
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ Ent
สถาปัตย์ กับฟ้า ผมทิ้งอาชีพที่ผมฝันมาตั้งแต่เด็ก เพื่อสิ่งที่ผมรักยิ่งกว่า
วันประกาศผลEnt ก็มาถึงผมรีบมาตั้งแต่เช้าเลย ผู้คนมากมายมาจากทั่วสารทิศ
มาเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน เพื่อที่จะมาหาชื่อตนเองบนบอร์ด ผมเบียดเสียดผู้คน
กว่าจะเข้าไปถึงก็เกือบชั่วโมง ชื่อผมอยู่เป็นอันดับแรกเลย
ดูมันจะหมูมากสำหรับผม ผมไม่สนใจชื่อผม เพราะสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือฟ้า
หากไม่มีชื่อฟ้าบนนี้ ผมจะเรียนมหาลัยเปิดกับเธอ ผมมองหาชื่อฟ้าเรียงลงมาเลย
20 คนก็แล้ว 50 คนก็แล้ว 100 คนก็แล้ว 300 คนก็แล้ว ผมเปิดหาแผ่นแล้วแผ่นเล่า
มันเริ่มทำให้ผมใจเสียขึ้นมาทุกที ผมเปิดมาจนถึงแผ่นสุดท้าย มองลงไปเรื่อยๆ
เห็นชื่อฟ้าอยู่เป็นอันดับสุดท้ายพอดีเป๊ะเลย ผมดีใจมากเลย
ผมจะไม่ได้จากเธออีกแล้ว ผมกระโดดดีใจวิ่งไปทั่วเลย
หลังจากวันนั้นผมก็เฝ้ารอวันที่ผมจะได้เจอฟ้าอีกครั้งในชุดนักศึกษามหาลัย
แล้ววันแรกในมหาลัยก็มาถึง เมื่อคืนผมนอนแทบไม่หลับผมอยากที่จะเห็นหน้าเธอ
ผมเดินเข้าประตูมหาลัยมา ที่นี่มันกว้างใหญ่มาก
เต็มไปด้วยร่มไม้ดูร่มรื่นไปหมด
ตามทางเดินก็มีทั้งนักศึกษาหญิงชายเดินพลุกพล่านไปหมด
ข้างทางก็ติดป้ายแสดงความยินดีกับนักศึกษาใหม่ ผมมองหาคณะ สถาปัตย์ อยู่นาน
ผมนั่งรอฟ้าอยู่หน้าตึก เธอนี้ยังชอบมาสายเหมือนเดิมเลย ไม่รู้จักโตสักที
แล้วผมก็เห็นฟ้าเดินผ่าเหล่านักศึกษามาแต่ไกลเลย
ตอนนี้เธอดูไม่เหมือนฟ้าคนเดิมเลย ผมเธอยาว
ตาก็กลมโตเป็นประกายแก้มกับปากก็สีชมพูอ่อนๆ เธอสวยกว่าเดิมจนผมจำแทบไม่ได้
และยังใส่ชุดนักศึกษามหาลัย ที่มองแล้วโค้งเว้าเข้ารูป
มันต่างกันลิบลับกับตอนมัธยมเลย นักศึกษาชายที่เดินสวนกับฟ้ามองตามกันเป็นแถบ
ผมของเธอเวลาที่ต้องลมก็ปลิวออกเล็กน้อย ทำไมถึงสวยขนาดนี้นะ
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะดีใจหรือจะเสียใจดี ที่ฟ้าเธอสวยขึ้น
เธอเห็นผมนั่งรออยู่เธอรีบวิ่งมาทันที ถึงหลายหลายอย่างในตัวฟ้ามันจะเปลี่ยนไป
แต่ที่ยังเหมือนเดิมก็เห็นจะเป็นนิสัยของเธอ
เธอยังคงเป็นนางฟ้าตัวน้อยน้อยของผมเช่นเดิม ผู้หญิงที่น่ารัก ขี้เล่น
ทำตัวเหมือนเด็กเด็ก ที่ผมชอบเธอก็ตรงนี้แหละ
ถึงผมกับฟ้าจะเข้าสู่มหาลัยแล้วแต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม
ผมยังนั่งรถไปส่งเธอบ้านทุกวัน ผมยังทานข้าวกับเธอทุกมื้อ
ผมยังไปดูดาวกับเธอเป็นประจำ และผมก็ยังเป็นบอดี้การ์ดของเธอทุกลมหายใจ……………
……..แต่พอเราขึ้นปี 2 ทุกอย่างมันก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไป
มีผู้ชายที่พร้อมไปซะทุกอย่างทั้งเรื่องหน้าตาและฐานะ
หลายต่อหลายคนต่างมารุมชอบเธอ ดูผมจะเทียบกับใครเขาไม่ได้เลย
ตอนนี้ฟ้าเธอเป็นดาวของมหาลัยเลยก็ว่าได้ เธอไม่ใช่ฟ้าที่เพื่อนๆ
ชอบหาว่าเรียนอ่อน ชอบมาสาย อีกต่อไปแล้ว ดูเหมือนความบกพร่องที่เธอเคยมี
มันถูกความสวยและความสามารถในด้านอื่นของเธอทดแทนไปหมดเลย
เธอเป็นเชียร์หลีดเดอร์ของมหาลัยที่เด่นกว่าคนอื่นๆ
เธอเข้าร่วมในหลายหลายกิจกรรมของโรงเรียน
หรือจะเป็นการประกวดด้านความสวยความงามต่างๆ ดูเหมือนฟ้าเธอจะกวาดเรียบเลย
แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่ฟ้าเธอจะลืมผม จิตใจเธอข้างในยังเหมือนเดิมทุกประการ
จะเปลี่ยนไปก็แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวเธอที่มันทำให้ผมดูจะไม่เหมาะกับฟ้า
ลงไปทุกขณะ เดี๋ยวนี้เวลาที่ผมไปไหนกับเธอมักจะมีคนมองตลอด
ผมเริ่มรู้สึกว่าผมห่างเธอไปเรื่อยๆ เหมือนเรือที่ถูกปล่อยลอยเคว้งคว้าง
ซึ่งนับวันลมฝนจะทำให้มันห่างออกจากผืนดินเข้าทุกขณะ เมื่อก่อนผมเคยคิดเสมอว่า
เธอเป็นนางฟ้า……. ที่ผมต้องคอยช่วยเหลือเสมอตอนนี้มันก็ยิ่งไกลลับตา
เปลี่ยนเป็นคำว่า “ดอกฟ้ากับหมาวัด”ดูจะเหมาะกว่า
เมื่อก่อนที่ผมคอยช่วยเธอไปซะทุกเรื่อง
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเริ่มหมดความสำคัญแล้ว
ผู้คนรอบตัวฟ้าต่างช่วยเหลือดูแลเธอยิ่งกว่าไข่ในหินซะอีก
จึงทำให้ผมพยายามปลีกตัวออกจากเธอ เวลาเดินกับเธอผมก็พยายามรักษาระยะไว้
หลายอย่างในตัวผมมันเปลี่ยนไป จนทำให้ฟ้าเธอผิดสังเกต
ยิ่งผมหนีเธอเธอก็ยิ่งตามติดผมเข้าไปใหญ่ เหมือนกำลังประชดผม
ฟ้าเธอช่างไม่เข้าใจอะไรเอาซะเลยว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
เธอยังเอาแต่เป็นเด็กไม่รู้จักโต หลายครั้งที่เธอถามผมว่าผมเป็นอะไรไป
แต่ผมก็มักตอบเธอไปว่าไม่มีอะไรทุกอย่างยังเหมือนเดิม……
เดี๋ยวนี้เวลาที่เธอชวนผมไปดูดาวผมก็มักบ่ายเบี่ยงไป บอกว่าไม่ว่างบ้าง
ติดธุระบ้าง
……เมื่อก่อนการที่มาโรงเรียนแล้วได้เห็นหน้าเธอมันทำให้ผมมีความสุขแต่เดี๋ยวนี้มันกลับทำให้ผมปวดร้าวเมื่อรู้ว่าระหว่างเราช่องว่างมันมากขึ้นทุกที
ความเหงาความอ้างว้างมันเริ่มก้าวเข้ามาในใจผม
…..วันนี้หลังจากที่เลิกเรียนผมกำลังเดินกลับบ้าน
ผมแอบกลับคนเดียวโดยไม่บอกฟ้า ผมเดินเตะกระป๋องโค้กมาตามทางแบบสุดเซ็ง
ผมเตะกระป๋องไปข้างข้างทางที่รถวิ่ง รถเก๋ง BMW ขับผ่านมาอย่างช้าๆแล้วเหยียบ
กระป๋องโค้กของผมซะแบนเลย ผมยิ้มในความแม่นของล้อรถ
ผมมองไปที่คนขับอย่างผ่านผ่าน แต่คนที่นั่งข้างนี่สิคือฟ้า
เธอเห็นผมกำลังเดินเข้าพอดี ผมจึงรีบหลบสายตาที่เธอมองทำเป็นมองไม่เห็นเธอ
ผมก้มหน้าแล้วเดินต่อไป ผมคิดว่าดีแล้วหละ
ผู้หญิงน่ารักอย่างฟ้าไม่ควรที่จะมานั่งรถเมล์
ผมเดินไปอย่างใจลอยจนถึงป้ายรถเมล์ ตลอดหลายปีมานี้ผมนั่งรถไปส่งฟ้าทุกวัน
ต่อจากนี้ผมคงไม่ต้องทำเช่นนั้นอีกแล้ว
ผมจะนั่งรถกลับบ้านของผมเลยซักทีไม่ต้องนั่งไปแถวบางเขนเหมือนเช่นทุกวัน
รถเมล์จอดเทียบผมก้าวจะไปขึ้น ทันทีที่ผมก้าวก็มีมือมาดึงแขนผมไว้
พอผมหันไปก็เห็นฟ้า “เอ๊ะ….เอ๋…ทำไมขึ้นรถผิดสายเอ่ยคันนี้ไม่ได้ไปบางเขนนะ…”
เธอพูดจบก็ดึงแขนผมไปขึ้นรถคันต่อไปที่จะไปบ้านเธอ
ระหว่างทางฟ้าเธอก็หันมาคุยกับผม “แบ๊งค์….
ที่จริงบ้านแบ๊งค์ไม่ได้อยู่บางเขนใช่มั๊ย…..หลายปีมาเนี่ยที่ต้องขึ้นคันนี้….ตัวเองอยากมาส่งเค้าใช่มั๊ย…ใช่มั๊ย..”
ผมไม่ตอบเธอแต่ยักคิ้วแทน
“นั่น..แน่! คิดอะไรอยู่นะ..ตั้งแต่ ม.1 จนตอนนี้ ปี2 แล้ว ก็ตั้ง 8
ปีเชียวนะบอกมาเหอะเค้าไม่ว่าหลอก…” ผมยิ้มให้เธอแต่ก็ไม่ตอบ
ทำไมนะทั้งที่ผมอยากบอกเธอใจแทบขาดว่าผมรักเธอ รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น
แต่ปากของผมมันกลับไม่กล้าพูดออกไป ผมนั่งเงียบอยู่พักแล้วก็ถามเธอ “ฟ้า
เมื่อตะกี๊ มีคนขับรถไปส่งไม่ใช่เหรอทำไมลงมาซะหละ…” เธอยิ้มแล้วพูดหวานๆ
“อ้าว!…ก็เค้านึกว่าตัวเองกลับไปแล้วหนิ เพื่อนก็เลยมาส่ง
แต่พอเห็นแบ๊งค์เดินอยู่ริมถนนก็เลยรีบลงมาหานี่ไง ทำไม…หึงใช่มั๊ย
คราวหน้าจะไม่กลับกับใครอีกแล้วจะรอให้แบ๊งค์ไปส่งคนเดียว….แบ๊งค์เนี่ยขับรถนิ่ม…จะตาย”
ผมหัวเราะที่เธอบอกว่าผมขับรถไปส่งเธอ “รถแบ๊งค์! ไหนหละรถแบ๊งค์”
เธอหัวเราะ “อ้าว! ก็นั่งอยู่เนี่ยไง แบ๊งค์ก็ส่งฟ้าทุกวัน ทุกวัน
มาตั้ง8ปีแล้ว”
ผมหัวเราะที่เธอพูด เธอชอบที่จะหาอะไรมาพูดให้ผมขำอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่เธอพูดมันทำให้ผมมีความสุข
หลังจากที่ผมส่งเธอถึงบ้านผมไม่รู้จะไปไหนต่อ
ผมยังไม่อยากกลับบ้านผมเลยนั่งรถไปสะพานคนเดียว
ทุกครั้งที่ผมมาฟ้าจะมาด้วยแต่วันนี้ผมมาคนเดียวรู้สึกหวิวใจยังไงบอกไม่ถูก
ท้องฟ้าวันนี้ดูโปร่งมากดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด นี่ถ้าฟ้าเธอได้เห็นเธอคงจะชอบมาก
ผมยืนดูจนเพลิน แล้วก็มีมือมาปิดตาผม “ทายซิ! ใครเอ่ย” ผมหัวเราะ
ผมรู้ทันทีเลยว่าเป็นฟ้า ผมหันไปหาเธอ เธอโกรธเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้ม
“นึกแล้วเชียวว่าต้องแอบมาดูคนเดียว..แบ๊งค์เนี่ย! ไม่ชวนฟ้าบ้างเลยนะ”
เธอพูดจบก็ยื่นไอศกรีมให้ผม แล้วเธอก็แหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้า
ดูเธอจะชอบมันมาก ผมแอบมองใบหน้าเธอ ผมมองอยู่นานโดยที่เธอไม่รู้ตัว
เธอหันมาหาผม
“วันนี้ดาวสวยดีเนอะ ว่ามั๊ยแบ๊งค์” ผมตอบเธอเบาๆไม่คิดว่าเธอจะได้ยิน
“ฟ้าดูสวยกว่าดาวบนนั้นอีก”เธอยิ้มเหมือนจะได้ยิน“ฮะ! แบ๊งค์พูดว่าอะไรนะ”
“อ้อ เปล่าหลอก” ผมเห็นไดอะรี่เล่มเดิมของเธออีกแล้ว “ฟ้า นี่มันก็ปี2
แล้วนะ แบ๊งค์อ่านไดอะรี่ของฟ้าได้หรือยัง” เธอหันมา
“ใกล้แล้วหละแบ๊งค์มันใกล้จะสมบูรณ์แล้วขาดก็แต่……”
เธออ้ำอึ้งไปพักแล้วก็หยุดพูดไป
ประโยคสุดท้ายเธออยากจะพูดว่าอะไรนะดูท่าทางมันคงสำคัญมาก…..
ผมว่ามันดึกมากแล้วเลยชวนฟ้าเธอกลับ ผมออกเดิน เธอดึงแขนผมไว้ทันที
“แบ๊งค์….ฟ้าอยากขี่หลัง”
เธอพูดจบก็กระโดดขึ้นหลังผมมันเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิดเธอยังคงชอบที่จะขี่หลังผมเหมือนเดิม
แต่ที่มันจะเปลี่ยนไปซักหน่อยก็เห็นจะเป็นหน้าอกของฟ้าที่มันต่างจากเมื่อก่อนไกลกันลิบเลย
ผมหันไปยิ้มให้เธอ “อะไร!!..คิดอะไร..ห้ามลามกเดินต่อไปเร็วๆ”
เธอคงรู้ว่าผมกำลังคิดถึงสรีระของตัวเธอที่มันเปลี่ยนไปมาก
เดี๋ยวนี้เธอเป็นสาวเต็มตัวแล้ว นี่ถ้าใครเห็นเธอขี่หลังผมแบบนี้คงอิจฉาน่าดู
หลายหลายอย่างในวันนี้ทำให้ผมได้รู้ว่าฟ้าเธอยังคงนิสัยเหมือนเดิม
เมื่อก่อนเคยเป็นไงเดี๋ยวนี้ก็เป็นงั้น
ย่างเข้าปี 3 ของมหาลัยแล้ว ผมมีเพื่อนต่างคณะคนหนึ่ง มันเรียนนิติศาสตร์
เกี่ยวกับกฎหมาย มันชื่อชัย พ่อของมันเป็นนักการเมืองชื่อดัง
ถึงมันจะรู้ว่าตัวเองเส้นใหญ่แค่ไหนแต่มันกลับไม่เคยข่มเหงคนอื่น
ตรงกันข้ามมันกลับเป็นคนที่นิสัยดี ชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่น
หน้าตาก็หล่อเอาการเลยทีเดียว นายชัยมันแอบรักฟ้ามานานแล้ว
มันเคยถามผมหลายครั้งว่าผมคิดยังไงกับฟ้าแต่ผมก็ตอบว่าแค่เพื่อน
ผมเห็นว่าชัยมันเป็นคนดีและด้วยการที่มันอ้อนผมเช้าเย็นนั่นหละ
จนในที่สุดผมก็พามันไปแนะนำให้ฟ้ารู้จัก แต่จากที่ผมดู
ฟ้าก็รู้สึกเฉยเฉยกับมันเหมือนกับรายอื่นๆนั่นหละ
ถึงมันจะหล่อจะรวยแค่ไหนก็เหอะ….
เวลาว่างๆนายชัยมันก็ชอบมาถามผมเกี่ยวกับตัวฟ้า
ซึ่งมันก็รู้ดีว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟ้าผมดูจะรู้ดีกว่าทุกคน
มันค่อยๆทำอย่างที่ฟ้าชอบทุกวัน ทุกวัน มันตามจีบฟ้าอยู่เป็นปี
จนในที่สุดฟ้าก็เริ่มรู้สึกว่าชัยมันเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง
เวลาที่เธอไปไหนชัยมันก็จะตามติด
ผมเริ่มรู้สึกว่านายชัยมันกำลังเป็นผมในอีกตัวตนหนึ่ง
แต่ในตัวตนของมันดูจะเพรียบพร้อมไปกว่าตัวของผมไปซะทุกเรื่อง
ผมจึงเริ่มที่จะถอยห่างเปิดช่องว่างให้เขาทั้งสองมากขึ้นทุกวัน
หลายคนที่เห็นชัยกับฟ้าต่างก็คิดเหมือนเหมือนกันว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน
ผู้หญิงหลายหลายคน ชอบนายชัยแต่มันไม่เคยสนใจใครเลย นอกจาก….ฟ้า
แล้วเราก็ใกล้เข้ามาถึง วาระสุดท้ายของการเรียนแล้ว
วันรับปริญญาใกล้เข้ามาทุกขณะ
ผมกำลังคิดที่จะตอบคำถามของฟ้าที่เธอเฝ้าถามผมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้แอบ
ออกแบบแหวนออกมาวงหนึ่งแหวนวงนี้ผมใช้เวลาอยู่หลายเดือนในการทุ่มเทที่จะทำ
เกลียวของแหวนเป็นก้านทิวลิปส์ ส่วนหัวแหวนก็เป็นดอกทิวลิปส์
ผมใช้เงินที่ผมเก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปีทำแหวนนี้ขึ้นมา
ถึงค่าของมันจะน้อยมาก เมื่อเทียบกับเพชร
แต่ในด้านจิตใจแล้วผมรับรองว่าฟ้าเธอต้องชอบมันมากเลยทีเดียว
ผมจะมอบแหวนนี้ให้เธอในวันรับปริญญาแล้วผมจะสารภาพในสิ่งที่ผมไม่กล้าพูดมาตลอด
10 ปี คำว่า “ผมรักเธอ”
วันรับปริญญาก็มาถึง…หลังจากที่พิธีทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมเดินตรงเข้าไปหาฟ้า
ยืนข้างๆเธอแล้วพูดแบบไม่กล้าที่จะสบตาเธอ
“ฟ้าคืนนี้ไปดูดาวด้วยกันนะ…แบ๊งค์มีบางอย่างอยากจะบอก”
เธอรีบมายืนข้างหน้าผมทันที ท่าทางฟ้าดีใจมาก
ผมไม่เคยเห็นเธอดีใจเท่านี้มาก่อน “แบ๊งค์อยากจะบอกอะไร…!”
ฟ้าเธออยากจะรู้มากเลยเธอตื่นเต้นอยากจะรู้ให้ได้เอาซะตอนนั้น
ผมจับมือเธอมาประกบไว้ “เอาไว้คืนนี้ฟ้าจะได้รู้สิ่งที่อยู่ในใจแบ๊งค์ ตลอด
10 ปี” เธอจ้องตาผม “สัญญาแล้วนะถ้าไม่มาเค้าโกรธด้วยหละ” พูดจบผมก็เดินจากไป
เธอตะโกน “แบ๊งค์! ฟ้าจะรอนะ”
….ผมกลับถึงบ้านผมก็หยิบของชิ้นหนึ่งที่ผมซ่อนไว้อย่างดี
มันถูกเก็บในกล่องอย่างมิดชิด ผมหยิบสิ่งของชิ้นนั้นออกมา มันคือ แหวน แหวน
รูปดอกทิวลิปส์
ผมได้ทุ่มเทออกแบบอย่างเต็มที่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฟ้าเพียงคนเดียว
ผมหยิบแหวนนั้นมาแนบไว้กับอกแล้วผมก็เผลอหลับไป ผมตื่นอีกทีเวลามันปาเข้าไป 4
ทุ่ม ผมลุกขึ้นแล้วรีบออกจากบ้านทันที นี่ผมช้ามากเลย!!
พอผมไปถึงผมรีบวิ่งทันทีผมดีใจมากที่เธอยังรอผมอยู่เธอยืนรอผมอยู่กลางสะพาน
ผมค่อยๆเดินเข้าไปหาเธออย่างใจเย็นคืนนี้ผมจะกล้าพูดกับเธออย่างเต็มปากเสียที
ผมเดินเข้าไป แต่ผมก็เห็นชายคนหนึ่ง เดินมาจากอีกฟากหนึ่งของสะพาน “นายชัย”
ดูเหมือนมันจะเดินถึงตัวฟ้าก่อนผมประมาณ 10 วินาทีเท่านั้นเอง
ตอนนั้นผมก็ใกล้จะถึงตัวฟ้ามากแล้ว ผมจึงรีบหลบเข้าหลังเสาทันที
ตอนนั้นไฟบนสะพานมืดมากเขาทั้ง 2 เลยมองไม่เห็นผม
ผมแอบดูชัยคุยกับฟ้าอยู่นานมากจนในที่สุดชัยมันเอาสิ่งของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อของมัน
เป็นกล่องสีแดงเล็กๆ มันเปิดกล่องออกแล้วหยิบของข้างในนั้นยื่นให้ฟ้า
มันคือแหวน แหวนเพชรหลายกระหลัดเลยทีเดียว
เธอไม่รับแหวนนั่นเธอยังคงยืนรอที่จะฟังคำสารภาพของผมอยู่
เธอรอชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ในที่สุดเธอก็รับแหวนจากนายชัย
ฟ้าเธอร้องไห้และก็กอดนายชัย แล้วผมก็รู้ทันทีเลยว่าโอกาสของผมมันหมดลงแล้ว
นี่ผมคงมาช้าไป ผมไม่ได้ช้าแค่ 10 วินาที หรือ 10 นาที แต่ผมช้าไป 10 ปี
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
ฟ้าเธอเฝ้าถามผมครั้งแล้วครั้งเล่าว่าผมรู้สึกอย่างไรกับเธอ
แต่ผมกลับไม่เคยตอบ ผมปล่อยให้เวลามันผ่านไปเรื่อยๆ
จนถึงวันนี้โอกาสครั้งสุดท้ายของผมมันได้หลุดมือไปแล้ว
แต่ถึงผมจะไม่ได้เคียงคู่กับเธอ แต่เธอก็ได้คนที่ดีอย่างชัยเคียงข้าง
มันเป็นคนดีและก็เพรียบพร้อมทุกอย่าง ที่สำคัญมันรักฟ้ามาก
มันรักฟ้าไม่น้อยกว่าผม ผมควรที่จะปล่อยให้ฟ้าได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุด
ผมเชื่อว่าชัยมันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี แต่ถ้าวันใดที่มันทำให้ฟ้าต้องเสียใจ
ผมจะกลับมา และทวงของของผมคืน…
……หลังจากวันนั้นผมก็หายไปจากชีวิตของฟ้า เธอโทรมาหาผม สายแล้วสายเล่า
แต่ผมไม่รับและก็เปลี่ยนเบอร์ไปในที่สุด ผมคอยเฝ้าดูฟ้าอยู่ห่างๆ
เธอยังไม่แต่งงานกับชัย เธอยังคอยคำสารภาพจากผมอยู่ เธอรอผมถึง 2 ปี
จนในที่สุดพ่อของฟ้าก็ยกฟ้าให้กับชัย เธอคงจะลืมผมได้สักที…
ข่าวคราวการแต่งงานของ “รุ่งฟ้า” กับ “ชัยวัตร” ดังไปทั่วตามหน้าหนังสือพิมพ์
นิตยสาร รวมไปถึงสื่อทุกแขนง
ผมเฝ้าดูความสำเร็จของฟ้าอยู่โดยที่เธอไม่รู้ตัว
ตอนนี้เธอมีทุ่งทิวลิปส์อย่างที่เธอเคยฝันแล้ว
บ้านของเธอก็เป็นคฤหาสถ์หลังใหญ่ ที่ด้านบนสุดเป็นชั้นลอยเป็นหอสำหรับดูดาว
มีกล้องดูดาวเกือบทุกชนิด คงทำให้เธอมีความสุขกับการดูดาว มากกว่าการมา
ทนยืนดูดาวบนสะพานเก่าเก่า กับคนเดินดินเช่นผม
ตอนนี้นายชัยก็ได้เป็นนักการเมืองเจริญรอยตามพ่อ
ซึ่งมันก็เป็นนักการเมืองที่ขาวสะอาดไม่เคยโกงกิน เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน……
ผมเฝ้าวนเวียนอยู่รอบตัวฟ้าโดยที่เธอไม่เห็นมา 5 ปีเต็มแล้ว ทุก วาเลนไทน์
ผมจะนำทิวลิปส์ สีขาวที่เธอชอบไปปักไว้รั้วหน้าบ้านเธอ ทุกครั้งที่เธอได้มัน
เธอจะออกตามหาเจ้าของดอกไม้ทุกครั้ง แต่ก็ไม่มีสักครั้งที่เธอจะได้เห็นผม 5
ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาอย่างเงียบเงียบ ผมกลายเป็น
ดีไซเนอร์ ชื่อดัง ผมมักจะไม่ใช้ชื่อจริงในการทำงาน
คนที่มาติดต่องานกับผมจะรู้จักผมในชื่อ “ทิวลิปส์”
ส่วนใหญ่เขามักจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าผม เพราะผมชอบที่จะทำตัวลึกลับ
ตอนนี้ผมกำลังได้รับงานใหญ่ที่ ปารีส หน่วยงานที่นั่นเขาขอให้ผมไปเป็น
ดีไซเนอร์ประจำที่นั่น เขาติดต่อผมมานานแล้ว
แต่ผมยังไม่เคยคิดที่จะไปผม…อยากที่จะรอดูให้แน่ใจว่าฟ้าเธอจะมีความสุข
และตอนนี้เวลามันก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องวางมือสักที
ผมตัดสินใจที่จะไปอยู่ที่ปารีส และจะโอนสัญชาติเป็นคนที่นั่น
และจะไม่กลับมาอีก คืนนี้เครื่องของผมก็จะออกแล้ว
วันนี้ผมเลยตัดสินใจที่จะเอาทิวลิปส์ดอกสุดท้ายไปวางไว้หน้าบ้านเธอ
มันเป็นทิวลิปส์ดอกสุดท้ายแล้วที่จะให้ฟ้า …..หลังจากที่ผมวางทิวลิปส์ไว้
ผมก็ค่อยๆเดินจากไป แต่ฟ้าเธออยู่ข้างในบ้านและก็เห็นผมเข้าพอดี
เธอรีบวิ่งตามผมออกมาทันที ผมเร่งฝีเท้าเดินหลบเธอเข้าไปในสวนสาธารณะ
ผมคิดว่าเธอคงไม่เห็นผมแล้ว
ขณะที่ผมกำลังจะเดินต่อก็มีมือเข้ามากอดผมจากทางด้านหลังความรู้สึกอย่างนี้ผมรู้ทันทีว่าเป็นใคร
ผมไม่เคยลืมความรู้สึกอบอุ่นที่เธอเคยกอดผมได้เลย
ตอนนี้เธอกำลังร้องไห้และซบหน้าลงบนแผ่นหลังของผมน้ำตาของเธอนองหลังผมไปหมด
ผมยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่นาน ผมจึงค่อยๆหันหน้าไปหาเธอ
ผมใช้มือเอื้อมไปเช็ดน้ำตาที่แก้มของเธออย่างเบามือ
แก้มของเธอยังคงเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ดูเธอยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลงเลย เมื่อ
15 ปีที่ผมเคยเห็นเธอ ครั้งแรกเป็นอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ยังเหมือนเดิม
แววตายังคงใสเป็นประกาย
ซึ่งต่างจากผมที่นับวันดูจะแก่ลงไปทุกขณะ
เธอยื่นมือมาจับมือผมที่กำลังเช็ดน้ำตาให้เธอแล้วก็พูดอย่างสะอื้น “แบ๊งค์!
….แบ๊งค์หายไปไหนมา ทำไมคืนนั้นแบ๊งค์ไม่มา”
ผมไม่ตอบเธอยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “ฟ้าตามหาแบ๊งค์ทุกวันเลยรู้มั๊ย
ฟ้ารอแบ๊งค์ จนที่สุด พ่อฟ้าก็ให้ฟ้าแต่งกับชัย”
หลายต่อหลายคำถามที่เธอถามผมแต่ผมก็ไม่ตอบ เอาแต่ยืนนิ่ง
เธอหยิบของบางอย่างยื่นให้ผม “แบ๊งค์….ฟ้าให้
ไดอะรี่ที่ฟ้าสัญญาว่าจะให้แบ๊งค์ไง แต่ถึงวันนี้มันก็ยังไม่สมบูร์นะ”
ผมหยิบมาจากมือเธอ ไดอะรี่ที่ผมอยากจะดูว่าข้างในมันคืออะไรมาตั้ง 15 ปี
แต่เธอก็มักจะบอกว่ารอให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน
แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์อีกหรือ เธอร้องไห้แบบไม่พูดอะไรเลยอยู่นาน
แล้วเธอก็ถามผม ที่ทุกทุกครั้งที่เธอถามเธอมักจะถามแบบอ้อมค้อม
แต่คราวนี้เธอถามตรงตรงเลย “แบ๊งค์…แบ๊งค์ รักฟ้าบ้างหรือเปล่า”
ถ้าหากทุกครั้งที่เธอเคยถามผม เธอถามตรงเช่นนี้
ผมคงให้คำตอบเธอแบบไม่หยุดคิดสักนิดตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว…..
ผมเงียบไปในขณะที่ใบไม้ใบหนึ่งค่อยๆ ร่วง ลงมาจากต้นไม้
ผมดูจนมันตกลงถึงพื้นดิน มันทำให้ผมคิดได้ว่า
อะไรบางอย่างเมื่อมันผ่านพ้นมาแล้วมันไม่มีทางที่จะหวนกลับคืนได้อีก
เหมือนดังเช่นผมที่จนวินาทีสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นเธอเช่นนี้
ผมก็ยังไม่กล้าที่จะพูดออกไป หรือถึงผมจะกล้าพูดออกไปมันก็คงไม่มีประโยชน์
ผมยืนจ้องตาเธออยู่นาน
“ฟ้า….ต่อไปนี้ฟ้าดูแลตัวเองนะแบ๊งค์คงไม่ได้เป็นฮีโร่ประจำตัวฟ้าอีกแล้วนะ”
เธอรีบถามผมด้วยท่าทางตกใจ “ทำไม! แบ๊งค์ แบ๊งค์จะไปไหน” “ปารีส”
ผมเช็ดน้ำตาที่แก้มเธอเป็นครั้งสุดท้าย “..ลาก่อนนางฟ้าตัวน้อยน้อยของผม.”
ผมหันหลังแล้วก็เดินจากเธอไป เธอใช้มือมาดึงแขนผมไว้
ความรู้สึกแบบนี้ผมเคยรู้สึกหลายต่อหลายครั้ง ทุกครั้งผมจะต้องหันไปหาเธอ
แต่คราวนี้มันไม่เหมือนทุกครั้ง
ผมค่อยๆแกะนิ้วเธอที่จับที่แขนผมแล้วก็เดินอย่างไม่เหลียวหลัง
ผมได้ยินเพียงเสียงเธอร้องสะอื้นจากข้างหลัง
“แบ๊งค์!….ไม่มีที่ไหนที่ดาวจะสวยเหมือนบนสะพานนั่น
ไม่มีใครทำให้ฟ้ารู้สึกมีความสุขเหมือนกับแบ๊งค์
ไม่มีทิวลิปส์ดอกไหนเหมือนที่แบ๊งค์ให้”
“ฟ้า.. ฟ้ารัก………….”
ประโยคสุดท้ายเธอพูดว่าอะไรผมก็ได้ยินไม่ชัดเพราะผมอยู่ห่างจากเธอมากแล้ว
ผมรู้สึกแต่เพียงว่าเธอกำลังยืนมองผมเดินจากไป จนลับตา
…..คืนนี้ผมมาสะพานแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ผมคิดถึงหลายต่อหลายอย่างบนนี้ ผมไม่เคยขึ้นมาโดยไม่มีเธอมาก่อน
ผมไม่ได้ขึ้นมานานแล้วคืนนี้มันดูเงียบเชียบจริงจริง
เมฆที่บดบังบนท้องฟ้าเริ่มที่จะลอยออกจากหมู่ดาว
ดวงดาวเริ่มที่จะส่องแสงระยิบระยับดูแล้วมันช่างสวยจริงจริง
ผมพึ่งเคยมองมันแบบเต็มตาเป็นครั้งแรก
เพราะทุกครั้งที่มาผมไม่เคยใส่ใจกับดาวเลย ผมสนใจที่เธอมากกว่า
เพราะตาที่เป็นประกายของเธอมันสวยกว่าหมู่ดาวบนท้องฟ้าเสียอีก
ผมยังรู้สึกเหมือนกับว่า เธอกำลังยืนดูดาวข้างข้างผม
และเสียงเธอกินไอศกรีมมันก็ยังก้องอยู่ในหัวผมอยู่เลย
ผมหยิบไดอะรี่ที่เธอให้ผมขึ้นมาดู ผมค่อยๆเปิดออก
ข้างในมันยังใหม่อยู่เลยไม่มีแม้รอยยับ เธอทำไมถึงรักษาได้ดีขนาดนี้นะ….
ผมเปิดเข้าไป ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่ง
วันเดือนปีที่ระบุไว้หน้าแรกก็ประมาณ 15 ปีได้
เธอพูดถึงครั้งแรกที่อยู่ห้องเดียวกันกับชายคนนั้นที่ห้อง ม.1/3
เธอเริ่มหลงรักเขาตั้งแต่ครั้งแรก
เธอพูดถึงความเป็นบอร์ดีการ์ดที่แสนดีของเขาที่ คอยช่วยเหลือเธอทุกครั้ง
ยอมออกรับแทนเธอทุกเรื่องยอมเจ็บตัวเพราะเธอทุกครั้ง
ให้เธอขี่หลังโดยไม่บ่นสักคำ เขาทำให้เธอมีความสุข เขารู้ใจเธอไปซะทุกอย่าง
เขาทำให้ชีวิตเธอไม่อ้างว้าง เขากลับบ้านพร้อมเธอทุกวัน
ทั้งที่บ้านเขาและเธอไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย
และเธอก็เขียนถึงเหตุการณ์หลายต่อหลายอย่าง
ที่ทุกเหตุการณ์เหมือนมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน
แต่ประโยคหนึ่งในไดอะรี่ที่ผมอ่านแล้วดูเหมือนจะ น้ำตาคลอเลย ก็ประโยคสุดท้าย
ที่เธอเขียนถึงชายในไดอะรี่ของเธอ “เมื่อไหร่น๊า…แบ๊งค์เขาจะบอกรักเราสักที”
ผมอึ้งไปเลยมันเป็นสิ่งที่ผมมองข้ามมาตลอด และผมก็เข้าใจแล้ว
คำว่าเสร็จสมบูรณ์ของไดอะรี่เล่มนี้ว่ามันหมายถึงอะไร เธอหมายถึง
คำบอกรักจากปากผม ที่ผมไม่เคยบอกกับเธอแม้แต่ครั้งเดียว
ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลเดียวที่ไดอะรี่ของเธอไม่เคยจบ
ยังคงขาดสิ่งสำคัญที่สุดจากปากของผม ผมอ่านจนหมดเล่ม
มันทำให้น้ำตาของผมไหลออกมาทันที น้ำตาของลูกผู้ชายที่ตลอด 20
ปีไม่เคยมีใครได้เห็น นี่ถ้าฟ้ามาเห็นเข้าเธอคงหัวเราะแย่เลย
ฮีโร่ ที่เธอบอกว่าเก่งนักหนา
แต่กลับต้องมาร้องไห้เพียงเพราะไดอะรี่ที่เธอเขียนสำหรับเขา
ถึงอย่างไรชีวิตผมก็ได้ทำเพื่อฟ้ามา จนถึงที่สุดแล้ว สำหรับบอร์ดีการ์ด
คนนี้ก็ต้องหมดหน้าที่ซักที มันเป็นหน้าที่ของชัยแล้วที่จะดูแลเธอต่อไป
ผมหยิบของบางอย่างที่ผมเก็บมาหลายปี แหวน แหวนที่ผมทุ่มเททำขึ้นสำหรับฟ้า
แต่ผมก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะให้เธอได้เห็นมัน
ผมเคยคิดว่าจะเก็บไว้ให้หญิงอื่น
แต่ถึงวันนี้ผมก็รู้แล้วว่าไม่มีใครเหมาะกับมันเท่ากับเธออีกแล้ว
เธอคือรักแรกและจะเป็นรักครั้งสุดท้ายสำหรับผม ผมปล่อยแหวนจากมือทันที
มันค่อยๆหล่นลงไปเบื้องล่าง และจมหายไปในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดกาล
ใกล้จะถึงเวลาที่เครื่องกำลังจะออกแล้วผมเช็ดน้ำตาแล้วเดินลงไปตามทางเรื่อยๆ
ที่ที่ครั้งหนึ่ง เธอจะขี่หลังผม และไม่ยอมลงเลย จนถึงบ้านเธอ
ต่อจากนี้ในใจผมจะมีเพียงความทรงจำเกี่ยวกับเธอและไม่มีวันจางหาย…ตลอดกาล…

“ภูมิใจที่ได้ทำอะไรให้ เต็มใจแม้ใครจะว่าเพ้อเจ้อ
ดีใจที่ได้คอยห่วงใยใส่ใจเธอ สุขใจเสมอและจะมีเพียงเธอ…..ตลอดไป”

By : ชอบนักแหละเรื่องซึ้งๆใครมีก้ส่งมาให้มั่งนะคับ    Date : 30 Apr 2007 21:28     ส่งจดหมายถึง ชอบนักแหละเรื่องซึ้งๆใครมีก้ส่งมาให้มั่งนะคับ  IP-address : 125.24.42.27   แจ้งลบความเห็นที่  #120 ( 100417 )


ความเห็นที่ #121 ( 100529 )

น้ำตาเราไหลเลยอ่ะ
ซึ้งจิงๆ

By : มายด์    Date : 1 May 2007 15:49     IP-address : 203.113.76.73   แจ้งลบความเห็นที่  #121 ( 100529 )


ความเห็นที่ #122 ( 100652 )

ก้เอามาฝากครับ
เมื่อ 8 ปีก่อน . . .
ผมตื่นเช้ามา อย่างเดียวดาย บนเตียงเล็กๆ เก่าๆ นั้น
ผมทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่าง อย่างที่เคย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ผมออกจากบ้านไปยังออฟฟิศ ตอนเก้าโมงเช้า พร้อมกับกระเป๋าเอกสารใบเล็กๆ
เมื่อผมไปถึงที่ทำงาน ผมได้พบกับเธอ เช่นทุกวัน
เธอเป็นเพื่อนร่วมงานของผม โต๊ะทำงานของผมติดกับเธอ
ทุกเช้าที่ผมเข้ามาที่ทำงาน ผมจะเจอเธอเป็นคนที่สอง รองจากพีอาร์หน้าออฟฟิศ
พร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และเสียงอันแจ่มใสของเธอที่ทักทายผมทุกครั้งที่ผมก้าวเข้ามา
เธอไม่ใช่คนสวยเลย เธอดูแย่กว่าสาวๆ หลายคนในออฟฟิศผมด้วยซ้ำไป
แต่ทุกๆ คนในออฟฟิศชอบและเอ็นดูเธอ ด้วยความที่เธอเป็นคนอัธยาศัยดี
พูดจาไพเราะ มีมารยาท อีกทั้งยังเป็นคนมองโลกในแง่ดีเอามากๆ ด้วย
จนบางครั้ง มันทำให้เธอ ตามโลกของคนอื่นไม่ค่อยจะทันเท่าไหร่นัก
น่าแปลก ที่ผมจะรู้สึกเขินๆ ทุกครั้งที่ผมจ้องหน้าเธอนานๆ
ผมรู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่น่ารักอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่ใช่คนช่างพูด แต่เธอไม่เคยเงียบเวลาอยู่กับผม
เธอไม่ใช่คนยิ้มเก่ง แต่เรามักจะยิ้มเวลาที่อยู่ด้วยกัน
เธอไม่ใช่คนมีเสน่ห์นัก แต่ผมกลับอยากอยู่ใกล้เธออย่างไม่มีเหตุผล
เธอไม่ใช่คนคุยโทรศัพท์เก่ง แต่เธอไม่เคยเป็นฝ่ายบอกผมว่า \"แค่นี้นะ\" ก่อนเลย
และที่สำคัญ . . . เธอไม่ใช่คนสวย แต่ผมรักเธอ
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เพื่อนที่ทำงานของผมก็เริ่มแต่งงานไปทีละคู่ๆ
ผมได้ไปงานแต่งงานบ่อยครั้งมาก โดยจะมีเธอไปกับผมในทุกๆ ครั้ง
จนทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เราเป็นแฟนกัน
ทั้งๆ ที่เรายังไม่เคยพูดเลยสักครั้ง ว่าเราเป็นแฟนกัน
เจ้าสาวของเพื่อนผม สวยๆ กันทั้งนั้น หน้าตาบางคนเทียบได้กับนางแบบหรือดาราทีเดียว
เธอมักจะพูดทุกครั้งว่า อิจฉาเจ้าสาวเหล่านั้นเหลือเกิน
ถ้าเธอใส่ชุดเจ้าสาว เธอจะสวยเช่นเจ้าสาวเหล่านี้บ้างมั้ย
เธอพูดพร้อมกับทิ้งรอยยิ้มเพ้อฝันไว้ ให้ผมเก็บมานึกถึงทุกครั้ง หลังงานเลี้ยงจบลง
รอยยิ้มของเธอ ดูชุ่มชื่นกว่าทุกครั้ง ที่เธอยิ้มให้ผม ดูสดใส เพ้อฝัน อย่างบรรยายไม่ถูก
ผ่านไปนับร้อยกว่างานแต่งงาน จนผมคิดว่า มันถึงเวลาเสียที ที่ผมจะ เป็นเจ้าบ่าวบ้าง
ผมเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ผมจึงลุกขึ้นมาเตรียมตัว
ผมวาดภาพจินตนาการว่าผมเจอเธอ ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ . . .
เสื้อผ้าชุดเก่ง ดูเรียบร้อย และเหมาะกับรูปร่างอย่างผม . . . ให้เธอได้เอ่ยชมเสื้อของผม
น้ำหอมขวดใหม่ ที่ผมไม่ค่อยจะใช้นัก . . . ให้เธอประหลาดใจ และถามว่า
\"วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า\"
มือผมที่ทาโลชั่นอย่างดี . . . ให้มันนุ่มและคู่ควรพอที่จะกุมมือเล็กๆ ของเธอไว้
คำพูดสั้นๆ รวบรัด ที่ผมพร้อมจะบอกกับเธอ . . . ให้เธอยิ้ม และน้ำตาเอ่อเล็กๆ
ดอกไม้สีขาวช่อเล็กๆ กลิ่นหอม . . . พร้อมกับ . . . *แหวนแต่งงาน* สำหรับเธอ
ผมไปหาเธอตามที่นัด ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ผมรอเธออยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
1 ชั่วโมงผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมยังรอ
2 ชั่วโมงผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมก็ยังรอ
4 ชั่วโมง 12 นาทีผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมชักกังวลแล้วสิ เกิดอะไรกับเธอหรือเปล่า
4 ชั่วโมง 27 นาที เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น มันเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเธอ
เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหูกำลังคุยกับผมอยู่ ผมถามถึงเธอ
เขาบอกว่า เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอถูกรถชน !
ขณะที่เธอกำลังถือดอกไม้สีขาวช่อหนึ่ง ข้ามถนนหน้าหมู่บ้านเธอ
ที่โรงพยาบาล เธอกำลังอยู่ในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลที่หน้าห้องสั่งห้ามเข้าเด็ดขาด
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ของเธอ วิ่งมาถึงยังหน้าห้อง พร้อมกับถามไถ่ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง
ผมตอบไม่ได้ ผมไม่มีคำตอบ และไม่มีแม้แต่เสียงที่จะตอบ
มีแต่น้ำตาแห่งการรอคอย น้ำตาที่เป็นเครื่องขอพรพระเจ้าของผม
ให้เธอปลอดภัย และออกมามอบรอยยิ้มให้ผมอย่างเคย
สองชั่วโมงผ่านไป พ่อกับแม่ของเธอนั่งรออย่างอ่อนล้า
พ่อต้องคอยปลอบแม่ โอบไหล่ และเช็ดน้ำตาแม่เป็นระยะๆ
ผมมองเห็นภาพนั้นแล้ว น้ำตาผมแทบจะอดไม่ไหวที่จะหลั่งรินลงมา
ไม่น่าเลย . . . ผมไม่น่าเรียกเธอออกมาวันนี้
ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ต้องมารับเคราะห์อย่างนี้ . . . ผมผิดเอง
ผมทรุดลงนั่งที่เก้าอี้บ้าง หลังจากที่เดินขวักไขว่มานาน
แล้วผมก็เผลอหลับไป อย่างไม่รู้ตัว
ผมตื่นขึ้นมาไม่เห็นใคร ผมจึงถามกับพยาบาลที่เดินผ่านมาว่า คนไข้ในห้องอยู่ที่ไหน
เธอบอกว่า ต้องไปถามกับหมอที่รับผิดชอบคนไข้คนนี้ เธอพาผมไป
หมอบอกผมว่า อาการเธอยังไม่ดีนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่
เธอเสียเลือดมาก ซี่โครงเธอร้าว กระดูกชิ้นหนึ่งทิ่มปอด มีแผลฟกช้ำและถลอกตามตัวมากมาย
และผ่านมากว่าครึ่งวันแล้ว เธอยังไม่ฟื้นเลย
ผมขอเข้าไปเยี่ยมเธอ หมอจึงพาผมไป
พ่อกับแม่เธอนั่งอยู่ในห้อง แม่ของเธอหลับ และกุมมือเธอไว้ข้างๆ เตียง
ส่วนพ่อของเธอนั่งอยู่บนโซฟา ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เมื่อพ่อของเธอเห็นผมเดินเข้ามา พ่อเข้ามาปลุกแม่ให้ผละออกจากเตียงมานั่งกับพ่อ
ผมจึงเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ เตียงของเธอ เข้าไปกุมมือเธอไว้
และแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่สามารถห้ามไว้ได้ มันหยดลงมาช้าๆ อย่างกล้ำกลืน
ผมไม่อยากมีวันนี้ . . . วันที่คนที่ผมรัก จะต้องมานอนหลับใหลอย่างไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า
8 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเงียบอย่างนี้เลย เธอคนนั้นของผม จะกลับมาคุยกับผมเมื่อไหร่
จะกลับมามอบรอยยิ้มนั้นให้กับผมได้ไหม ได้โปรด . . . กลับมาฟังคำที่ผมเตรียมไว้ได้ไหม
ในขณะที่ผมกำลังสิ้นหวังอย่างสุดขีด มือเล็กๆ ของเธอในอุ้งมือผม กระตุกขึ้น
เธอเริ่มรู้สึกตัวช้าๆ รอยยิ้มของผมเผยออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ผมยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตา
ผมกดออดเรียกพยาบาลเข้ามา พยาบาลเข้ามาดูแล จัดการกับเครื่องต่างๆ
แล้วพยาบาลก็กล่าวยินดีกับผม และพ่อกับแม่ของเธอ จากนั้นพยาบาลก็ถอยไปยืนข้างหลัง
ผมเรียกชื่อเธอ เธอยิ้ม ผมเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยนั้น ผ่านเครื่องช่วยหายใจที่ปิดอยู่
พ่อกับแม่ของเธอด้านหลังลุกขึ้นมาอยู่อีกข้างหนึ่งของเตียง
เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหาพ่อกับแม่ของเธอ แม่กุมมือเธอและร้องไห้โฮอีกครั้ง
พ่อยืนอยู่ข้างหลัง ด้วยสีหน้าชุ่มชื่น และพยายามข่มน้ำตาอยู่
เธอหันมาหาผมอีกครั้ง เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับผม แต่เธอพูดไม่ได้
ผมขอปากกากับกระดาษจากพยาบาล พยาบาลยื่นมาให้ ผมนำมันให้กับเธอ
เธอใช้มือข้างซ้ายของเธอเขียน มือที่เธอไม่ถนัด เธอพยายามขีดเขียนบนกระดาษ
ผมอ่านได้ความว่า \"ชุดสวยดีนะ\" . . . ผมยิ้มและมองหน้าเธอ
และบอกกับเธอว่าผมเตรียมมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
เธอเขียนบนกระดาษอีกครั้ง ครั้งนี้ ผมอ่านได้ความว่า
\"ใส่น้ำหอม . . . มีอะไรพิเศษหรือเปล่า\"
ผมประหลาดใจ เธอยังจำได้ดีว่า ผมเป็นคนไม่ชอบใส่น้ำหอมเท่าไรนัก
ผมยิ้ม พยักหน้าตอบรับ และใช้มือผมทั้งสองลูบไล้มือของเธอเบาๆ
เธอยังเขียนต่อ ผมอ่าน \"มือเธอนุ่ม . . . แปลก\"
มันแปลกเพราะผมเป็นคนมือหยาบกร้านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอก็รู้
ผมน้ำตาไหลอีกแล้ว มันยั้งไม่อยู่ ทุกอย่างเกือบจะเป็นไปอย่างที่คิด
แต่มันไม่ใช่ที่นี่ ! ไม่ใช่ตรงนี้ ! ที่ที่เธอต้องบาดเจ็บและทุกข์ระทม
เธอควรจะอยู่ในชุดสีขาว เธอควรจะยืนอยู่ และยิ้มกับผมใต้ต้นไม้ใหญ่
. . . . . ไม่-ใช่-ที่-นี่ . . . . .
ผมก้มลงไปหาเธอ และบอกกับเธอ คำพูดสั้นๆ ที่ผมเตรียมมาทั้งคืน
ผมบอกกับเธอทั้งน้ำตา \"ผมรักคุณ แต่งงานกับผมเถอะ\"
ผมหยิบแหวนแต่งงาน สวมลงที่นิ้วเธอ
เธอยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตาเช่นเดียวกับผม สบตาผม อย่างจริงใจ
ผมก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเธอ ลูบแก้มของเธอ
เธอพยายามเขียนอีกครั้งหนึ่ง ผมหยิบขึ้นมาอ่าน เธอเขียนยาวกว่าครั้งก่อนๆ
\"คนที่ไม่สวย ไม่ดีพร้อมอย่างฉัน จะเป็นเจ้าสาวของเธอได้หรือ\"
ผมไม่คำตอบเธอด้วยคำพูด แต่ผมยิ้มให้เธอและสบตาเธออีกครั้ง
นี่แหละ . . . คนรักของผม คนที่ผมรักที่สุด เจ้าสาวของผม
ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดี คืนนั้นผมต้องกลับบ้านเพื่อไปเคลียร์งานของวันต่อไป
พรุ่งนี้ ผมจะได้อยู่กับเธอได้ทั้งวัน
พอวันรุ่งขึ้นมา ผมไปที่โรงพยาบาล หมอและพยาบาลที่ผมเจอเมื่อวาน วิ่งกันวุ่น ผมสงสัย
ผมมุ่งตรงไปที่ห้อง มือเอื้อมไปที่ลูกบิดประตู ผมได้ยินเสียงร้องไห้ เสียงแม่ของเธอ
ผมไม่อยากคิด ผมไม่กล้าคิด หรือว่า . . .
ผมเปิดเข้าไป ช้าๆ ผมเห็นภาพ ที่ผมไม่อยากเห็น
แม่ นอนร้องไห้อยู่บนร่างของเธอ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ
เข้าไปมองที่หน้าเธอ หน้าที่เมื่อวานยังยิ้มให้กับผมอยู่ แต่วันนี้ ไม่มีอีกแล้ว
เธอเงียบไปอีกแล้ว แต่มันไม่เหมือนเมื่อวาน หมอพูดแสดงความเสียใจกับผม
ครั้งนี้ เธอจะไม่ฟื้นขึ้นมายิ้ม ไม่ฟื้นขึ้นมาพูด หรือแม้แต่จะเขียนข้อความถึงผม
ผมสังเกตเห็น ที่มือของเธอ ไม่มีแหวนวงนั้น ที่ผมมอบให้
เธอถอดมันทิ้งไว้วางบนโต๊ะข้างๆ เตียง วางอยู่พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง
ผมหยิบขึ้นมาอ่าน เธอเขียนข้อความไว้ยาวเหยียด ถึงผม
\"ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกคำที่พูด ทุกสิ่งให้ ทุกรอยยิ้มที่ส่งมา
ฉันอยากจะบอกมาตั้งนานแล้วว่า ฉันก็รักเธอ รักมากเสียจนไม่อยากเห็นเธอเสียใจ
แต่ฉันไม่เคยกล้าที่จะบอก ฉันคิดมาตลอด ว่าเมื่อไหร่ ที่ฉันจะสวยมากเท่ากับคนอื่นๆ
เหมือนเจ้าสาวคนอื่นๆ ที่ได้แต่งงานกับคนที่เขารัก
เมื่อไหร่ที่ฉันจะสวยพอ คู่ควรพอ กับเธอ . . . ที่ฉันรัก
ฉันอยากเป็นเจ้าสาวของเธอ ฉันอยากใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวที่สวยงามดูสักครั้งในชีวิต
แต่ฉันไม่อาจรับแหวนวงนี้ไว้ได้ เพราะฉันรู้ดี ว่ามันไม่เหมาะสมสำหรับฉัน
แหวนวงนั้นมันมีค่ามากเกินไป สำหรับฉัน
ฉันรับไว้ได้แค่เพียง ความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีให้
ฉันรับได้เพียง คำพูดที่ฉันเฝ้ารอฟังจากเธอมาแสนนาน
เท่านั้น . . . ที่ฉันต้องการ และฉันจะนำมันติดตัวไปทุกที่
ไม่ว่าฉันจะอยู่บนโลกใบนี้ หรือไม่ก็ตาม
ฉันรักเธอ . . . ที่สุดแห่งความรักของฉัน ตลอดไป\"
ผมอ่านจบ น้ำตาของผมมันหยดลงบนกระดาษแผ่นนั้น ซึ่งมีคราบน้ำตาหยดหนึ่งอยู่แล้ว
น้ำตาของเธอ ไม่น่าเลย . . . เธอคิดผิด นี่แหละ คือแหวนของเธอ คือความรัก คือสิ่งที่เธอสมควรจะได้รับ
ผมตัดสินใจ และบอกกับพ่อกับแม่ของเธอให้เตรียมการอย่างหนึ่ง
งานศพของเธอ ก่อนที่เขาจะนำเธอเข้าไปในโลงสี่เหลี่ยมนั้น
ผมขอว่า ให้เปลี่ยนชุดให้กับเธอ ผมสั่งซื้อชุดเจ้าสาวชุดหนึ่งให้กับเธอ
แม่และน้องสาวของเธอ เปลี่ยนชุดให้กับเธอ พร้อมทั้งแต่งหน้าบางๆ ให้
บัดนี้ เธอนอนหลับใหลอยู่บนแผ่นไม้ ที่ห้อมล้อมด้วยดอกไม้ประดับ
เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวตามที่เธอหวัง สวมแหวนวงนั้น และนิทราอยู่อย่างเงียบสงบ
ใครว่าเธอไม่สวย . . . ใครว่าเธอไม่สวยเท่ากับเจ้าสาวคนอื่นๆ
ไม่ ! วันนี้ . . . เธอสวยที่สุด ไม่มีใครสวยเท่าเธอในสายตาผม
\"ผมรักเธอ . . . ที่สุดแห่งความรักของผม ตลอดไป\"
เมื่อก่อน . . . ผมบอกกับเธอว่า ผมรักเธอ
เพราะผมคิดว่า เธอไม่ได้สวยไปกว่าใคร ผมพอใจเธอ
ปัจจุบัน . . . บัดนี้ หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป
ผมบอกกับเธอว่า ผมรักเธอ เพราะผมคิดว่า ไม่มีใครสวยไปกว่าเธอ . . . . . . . อีกแล้ว

By : ชอบนักแหละเรื่องซึ้งๆใครมีก้ส่งมาให้มั่งนะคับ    Date : 2 May 2007 13:52     ส่งจดหมายถึง ชอบนักแหละเรื่องซึ้งๆใครมีก้ส่งมาให้มั่งนะคับ  IP-address : 125.24.47.184   แจ้งลบความเห็นที่  #122 ( 100652 )


ความเห็นที่ #123 ( 101716 )

น้ำตา...มันหลั่งออกมา เมื่อเห็น เขาและ เทอ เดินจากไป

By : คนเศร้า    Date : 9 May 2007 13:31     IP-address : 203.113.41.8   แจ้งลบความเห็นที่  #123 ( 101716 )


ความเห็นที่ #124 ( 101857 )

มีหมาชื่อ-ปิ้น-ไครอยู่.จ.มุกดาหาร.บ้างๆๆค่ะมีใครอยู่หลังซอยเจริญบะหมี่นะว่วยซอดแนมดูหมาพัน-ปลัค โทร-042614097-042632618-หาเจอร์มีรางวัลให้-2000บาทนะค่ะ

By : ต่าย-หงศ์-หมิว    Date : 10 May 2007 11:16     ส่งจดหมายถึง ต่าย-หงศ์-หมิว  IP-address : 125.26.205.235   แจ้งลบความเห็นที่  #124 ( 101857 )


ความเห็นที่ #125 ( 101861 )

หมาชื่อแองเจิ้ล-มันหายค่ะ
หนูรักมันมากเลยแต่มันหายเพราะมีคนเอาไป-2อาทิตมา -แม่ป่วยหนัก 3สัปดาห์ออกวิทยุไม่ได้ข่าวเรื่องหมาหายไม่รว่าทำไงจึงออกตามหาเองจนหลงทางหนูพาวานาไว้ว่ามันต้องกับมาแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆหมาที่หนูรักสุดๆๆๆๆๆๆๆแต่มันหายในขนะเลี้ยงงานเลี้ยงหนูเห็นมันอยากกินอะไรก็ไม่ร็จะเดินไปหยิบไห้แต่งมันก็ไปก่อน -ตี3-21-จึงไปหาแต่ไม่เจอน้องเป็นตาแดงพี่เป็นไขหวัดไหญ่แม่เป็นโรคหัวไจพ่อเดินไม่ค่อยจะได้ไงละหนูไม่รู้จะเอาอะไรไปหาตดสินใจไปหาเองโดนงูกัดมีพิดร้ายแรงลบุงตามเจอร์เกือบตาย หนูขอโทดที่ดูแลทุกคนไม่ได้จนขาของหนูหักเพราะอยากเดินได้ จนวันนี้ที่กำลังพิมพ์ข้อความนี้อยู่หนูขาดคนดูแลจึงมาอยู่คนเดียวหนูรู้สึกกลัวจนวันนี้หนูได้เจอครอบครัวและได้เป็นหมอรักสาตัวเองโรคขาหักค่ะ

By : ต่าย-บุ๋มบิ๋ม    Date : 10 May 2007 11:37     ส่งจดหมายถึง ต่าย-บุ๋มบิ๋ม  IP-address : 125.26.205.235   แจ้งลบความเห็นที่  #125 ( 101861 )


ความเห็นที่ #126 ( 104149 )

น่ากลัวมาก พะพจชข

By : ป.ว    Date : 29 May 2007 12:02     IP-address : 203.172.129.178   แจ้งลบความเห็นที่  #126 ( 104149 )


ความเห็นที่ #127 ( 104150 )

น่ากลัวมาก พะพจชข

By : ป.ว    Date : 29 May 2007 12:02     IP-address : 203.172.129.178   แจ้งลบความเห็นที่  #127 ( 104150 )


ความเห็นที่ #128 ( 105476 )

สยน่ารัก

By : ทอม    Date : 8 Jun 2007 18:39     ส่งจดหมายถึง ทอม  IP-address : 125.25.61.193   แจ้งลบความเห็นที่  #128 ( 105476 )


ความเห็นที่ #129 ( 109258 )

เรื่องนี้คือชีวิตจริงของดี้ที่รักทอมมาก
หมวยเป็นเด็กที่เกิดมาทามกลางความรักเธอเป็นคนที่จิงจังกับชีวิตตั้งแต่เด็กมีผู้ชายมากมายเข้ามาในชีวิตเธอแต่เธอก็ไม่เคยที่จะเหลียวไปมองเพราะเธอเป็นคนที่ม่ชอบผู้ชายมากๆเธมักจะชอบแอบมองเพื่อนผู้หญิงท่มีนิสัยห้าวๆที่เขาเรียกกันว่าทอมหมวยเริ่มมารู้ใจตัวเองตอนเธออายุ12ปีเธอเป็นดี้ที่คลังทอมมากๆและตอนเรียนมัธยมตอนต้นเธอก็เริ่มมีแฟนเป็นทอมและการเจอกันครั้งนี้ก็ทำให้เกิดเรื่องราวมากมายกับชีวิตหมวย
ที่งานวันเกิดพี่สาว
พี่น้ำตาล "หมวยรีบๆแต่งตัวนะเพื่อนพี่ใกล้จะถึงแล้วเดียวเอาน้ำผลไม้ของพี่ที่แช่ในตู้เย็นออกมาด้วย"
หมวย"คะพี่ใกล้จะเสร็จแล้ว"
ซักพักพี่หนูนาและเพื่อนๆของพี่ก็มาถึงมีทอมคนนึงน่ารักมากเลยหมวยชอบมากก็เลยจะถามชื่อแต่เหมือนฟ้ารู้ใจพี่อาตูกลับเป็นฝ่ายถามซะก่อน
พี่อาตู"น้ำตาลไม่เห็นแนะนำน้องสาวให้รู้จักเลยนะ"
พี่น้ำตาล"แม้!อาตูเห็นน้องฉันแล้วทำมาถามนะอยากรู้ก็ถามเองสิจ้ะ"
พี่อาตูอายเล็กน้อยแล้วก็รวบรวมความกล้าถาม
พี่อาตู"น้องชื่ออะไรจ้ะน่ารักจังเลยอะ"
หมวย"อ่อ ชื่อหมวยคะพี่ว่าแต่พี่................พี่"
พี่อาตู"พี่ชื่ออาตูคับ"
และคืนนั้นเราสองคนก็คุยกันถูกคอมากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า
หลายอาทิตย์ต่อมาเพื่อนที่โรงเรียนก็มาถามเบอร์โทรศัพท์
เมย์"นี้หมวยขอเบอร์ได้ปะมีคนฝากมาขอนะ"
หมวย"ใครอะ"
เมย์"เอามาเหอะนะแก่ก็รู้จัก"
หมวย"บอกมาก่อนดิว่าใคร"
เมย์"เดียวคืนนี้โทรไปก็รู้เองแหละ"แล้วหมวยก็ตัดสินใจเอาเบอร์ให้เมย์ไป
คืนนั้นเองก็มีคนโทรมาจริงๆ
หมวย"อัลโหล ใครอะ"
"หมวยใช่มะพี่อาตูเอง"
หมวย"หา พีอาตูจริงๆหรอคะ ดีใจจังเลยนึกว่าใคร"
อาตู"สบายดีไหมหมวย"
หมวย"คะ"

ไว้ต่อวันหลังนะ ภาค1
อาตู"หมวยพี่มีอะไรจะบอก พี่ พี่ ชอบหมวยนะเป็นแฟนพี่ได้ไหม"

By : หมวยเชียงใหม่    Date : 5 Jul 2007 14:31     ส่งจดหมายถึง หมวยเชียงใหม่  IP-address : 125.24.130.215   แจ้งลบความเห็นที่  #129 ( 109258 )


ความเห็นที่ #130 ( 109505 )

อ่านแล้วรู้สึกดีซึ้งมั้ก ๆ อยากให้มีคนดี ๆ อย่างนี้ให้เต็มโลกทั้งใบเลย

By : *-*    Date : 6 Jul 2007 19:50     ส่งจดหมายถึง *-*  IP-address : 124.157.227.21   แจ้งลบความเห็นที่  #130 ( 109505 )


Member
Profile ของ JTS_AUTO
JTS_AUTO
ส่งจดหมายถึง คุณประเสริฐ  รัตนพันธ์      086-309-4191 IP-address : 58.8.153.52

ความเห็นที่ #131 ( 136919 )


บริษัท เจ ที เอส ออโต้ จำกัด
เลขที่ 301/12 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. 10220 โทร.02-986-1460-5
Email: JTS_AUTO@HOTMAIL.COM

รับปิดบัญชีไฟแนนซ์รถยนต์ – รับไถ่ถอนรถยึด - รับย้ายไฟแนนซ์ - รับจัดไฟแนนซ์ ครบวงจร – รับจำนำจอดรถยนต์ – รับจำนำทะเบียน - รับซื้อรถยนต์ ให้ราคาสูง

รับย้ายไฟแนนซ์ทุกจังหวัด ทางบริษัทมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ
จำนำจอดรถ ดอกเบี้ย 1% ตามราคารุ่นรถ จอดวันนี้รับเงินสดทันที
จำนำเล่มทะเบียน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.5% ผ่อนนานสูงสุด 36 เดือน

ดูรายละเอียด24ชม.ได้ที่ http://www.worldusedcar.com/jts และ http://siamcar.com/JTS
บริการปรึกษาทุกเงื่อนไขฟรี
เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ 9.00 น. - 17.00 น.
" บริการทุกจังหวัด ทั่วประเทศ "

( มือถือเปิดบริการ 24 ชม. ทุกเบอร์ติดต่อได้ทุกเวลา ไม่ต้องเกรงใจค่ะ )
คุณศุพสิษฐกา ประตูชัย 081-917-4852 / คุณญาดาภรณ์ เรืองขำ 081-614-6244
คุณชาติชาย จันทร์ศรี 089-119-5657 / คุณประเสริฐ รัตนพันธ์ 086-309-4191
คุณอภิชญา สมร่าง 084-102-9444 / คุณกมลชนก ทองมี 086-335-1576

เอกสารประกอบการทำสัญญา
1. สมุดทะเบียนรถ ตัวจริง
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาบัตรประชาชน
4. ใบรับรองเงินเดือน
5. สมุดบัญชีเงินฝาก

รับปิดบัญชีไฟแนนซ์รถยนต์ – รับไถ่ถอนรถยึด - รับย้ายไฟแนนซ์ - รับจัดไฟแนนซ์ ครบวงจร – รับจำนำจอดรถยนต์ – รับจำนำทะเบียน - รับซื้อรถยนต์ ให้ราคาสูง

By : คุณประเสริฐ รัตนพันธ์ 086-309-4191    Date : 7 Nov 2007 13:26    แจ้งลบความเห็นที่  #131 ( 136919 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ คุณประเสริฐ รัตนพันธ์ 086-309-4191 ตั้งกระทู้ 1 กระทู้
Topic ล่าสุด ที่ คุณประเสริฐ รัตนพันธ์ 086-309-4191 ตั้ง 1 กระทู้ มีดังนี้
 16101   รับปิดบัญชีไฟแนนซ์รถยนต์ – รับไถ่ถอนรถยึด - รับย้ายไฟแนนซ์ - รับจัดไฟแนนซ์ ครบวงจร – รับจำนำจอดรถยน

Member
Profile ของ pan
pan
ส่งจดหมายถึง p IP-address : 202.129.10.204

ความเห็นที่ #132 ( 149150 )

พิมรักเทิด

By : p    Date : 20 Dec 2007 20:38    แจ้งลบความเห็นที่  #132 ( 149150 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ p ตั้งกระทู้ 0 กระทู้

Member
Profile ของ eva
eva
ส่งจดหมายถึง eva IP-address : 202.44.135.39

ความเห็นที่ #133 ( 236299 )

เอามาฝาก เผื่อใครสนใจ....ไม่รู้ได้ จิงมั้ย แต่ว่าลองสมัครแล้ว ได้ 50 เหรียญจริงๆ

ไม่เสียหายอะไร ก็เผื่อฟลุ๊กน่ะ...
( วิธีการกรอกอยู่ข้างล่าง)


ไม่รู้ว่าใครจะเชื่อเปล่า แต่ตัวฉันเองสมัครตั้งแต่อาทิตย์ก่อน และลองสมัครเล่นๆมันบอกว่าจะส่งบัตร ATM
มาให้ก็ลองทำดู อาทิตย์เดียวผมหาคนให้เวปมันเป็น ร้อยคน เมื่อวานผมได้รับบัตร ATM กดเงิน งงเลย
แปลกแต่จริง กดเงินที่ แบงค์กรุงเทพ ได้มา 35,000 บาทเสียค่าธรรมเนียม 500 บาท
ก็แค่เห็นว่าถ้าใครสนใจสมัครได้เลยค่ะใครไม่เชื่อก็ไม่ต้องค่ะ แต่ฉันนะ
งงมากนี่จริงหรือนี่ทำงานเดือนหนึ่งได่ 15000 นั่งทำ นี่ 10 นาที่เอง ได้ 35,000 บาท ลองดูค่ะ
คลิกเลยhttp://evaday.dubaimlm.com

แค่คุณกรอกข้อมูลสมัคร ทางเว็บก้อรับเลย 50$ ง่ายๆ
อ่านเจอมา ลองสมัครได้จิงๆ ยืนยันได้ เพราะได้มาแล้ว
ได้ ATM มากดตังค์แค่สมัครฟรีๆ
ขอแนะนำธุรกิจตัวใหม่จากต่างประเทศ
สมัครฟรีทิ้งไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
สมัครปุ๊บจะมี Down Line (ทั่วโลก) ต่อทันที
สมัครได้เพียงแค่ประมาณ 10 นาที
มี Down Line (ทั่วโลก) แล้วกว่า 100 คน

บริษัท DUBAIMLM เปิดตัวเป็นทางการในวันที่ 31 มี.ค.
บริษัทเปิดมาสองเดือนมีสมาชิกกว่า 250,000 คน เป็นบริษัทที่มีการจัดอันดับการเจริญเติบโตสูงสุด ในขณะนี้

ดูข้อมูลการเติบโตได้ที่http://alexa.comหรือตามลิงค์นี้http://alexa.com/data/details/traffic_details/dubaimlm.com
สมัครฟรี : ผู้สมัครรับ 50 ดอลล่าร์ (ดอลลาร์ละ 34 บาท)
แนะนำตรงรับ 10 ดอลล่าร์ ต่อ สมาชิก 1 คน
ใต้สายงานทั้งหมดรับ 1 ดอลล่าร์ จนถึงชั้นที่ 50 (2 ยกกำลัง 50... รายได้มหาศาล)

*** สายงานเป็น binary (2 สาย) บริษัทจัดต่อสายงานให้อัตโนมัติ 1 ข้าง
มีสมาชิกบางท่านที่สมัครแล้วรุ่งขึ้นมีสมาชิกเกือบ 5,000 คนจากทั่วโลกมาต่อให้
ลองสมัครดูไม่เสียหายอะไร แถมได้ตังค์ใช้ฟรีๆ เป็นธุรกิจซึ่งเปิดตัวในวันที่ 31 มี.ค. นี้
โดยบริษัทจะให้เงิน 50 เหรียญสำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกนะ และถ้าเราแนะนำเพื่อนให้มาสมัคร
เราได้ฟรีๆอีก 10 เหรียญ
คลิกเลย
น่าเชื่อถือตรงที่เราไม่ต้องเสี่ยงนำเลขบัญชีเรากรอกข้อมูลให้เค้า
แต่เค้าจะส่งบัตร ATM มาให้เราตามที่อยู่ที่เรากรอกไปอ่ะ
พอเราได้รับบัตร ATM จากไปรษณีย์ เราก้อกดเงินใช้ได้เลย
และก้อไม่ใช่ที่ให้คลิก banner อะไรนั่นด้วยวิธีสมัครง่าย มั่กๆ
1. เข้าเว็บhttp://evaday.dubaimlm.com
2. แล้วไป Register Now เมนูด้านบนค่ะ
3. กรอกข้อมูลต่อไปนี้ เป็นภาษาอังกฤษนะ
Sponsor ID : (มันมีอยู่แล้ว : เป็น ID ของฉันที่แนะนำคุณมาลงทะเบียนเพื่อรับเงิน)
First Name : ชื่อจริง
Last Name : นามสกุล
Address 1 : บ้านเลขที่, ถนน
Address 2 : ตำบล, อำเภอ
City : จังหวัด
State : ไม่ต้องใส่
Postal Code : รหัสไปรษณีย์
Country : Thailand
Daytime Phone Number : หมายเลขโทรศัพท์เวลากลางวัน (ใส่แต่ตัวเลขนะคะ เช่น 081234567)
Phone Type : ประเภทโทรศัพท์ : ธุรกิจ/มือถือ/โทรสาร/บ้าน
Nighttime Phone Number : หมายเลขโทรศัพท์เวลากลางคืน (ใส่แต่ตัวเลขนะคะเช่น 081234567)
Phone Type : ประเภทโทรศัพท์ : ธุรกิจ/มือถือ/โทรสาร/บ้าน
Email : อีเมล์
Confirm Email : ยืนยันอีเมล์
User Name : ชื่อในการ login ของเรา (6 - 16 ตัวเลขหรือตัวอักษร)
Password : รหัสผ่าน (8 - 16 ตัวเลขหรือตัวอักษร)
Confirm Password : ยืนยันรหัสผ่าน
Website URL: XXXXX.dubaimlm.com (เมื่อคุณ กำหนด User Name แล้วจะพบว่า User Name นี้จะเป็น ชื่อ
Website URL โดยอัตโนมัติ)
เวปนี้จะเป็นเวปของเราที่จะให้คนที่เราแนะนำเข้าไปลงทะเบียนเพื่อรับเงินและทำธุรกิจต่อจากคุณ
Are you currently involved with any MLM Travel Program such as YTB or Your Travel Biz?
- เลือก NO
Are you currently involved with any MLM Lead Program such as Just Sell Three?
- เลือก NO
Please list up to 3 MLM you have been involved with.
1. ไม่ต้องกรอก
2. ไม่ต้องกรอก
3. กรอก DubaiMLM? 3rd GOAL is 1,000,000 (copy และนำไปวางได้เลย)
4. กด Continue ตรวจทานข้อมูล และ Continue ไปจนเสร็จทุกขั้นตอน
5. เอา username กับ password ที่ตั้งไว้ Login เข้าไปดูรายได้ ในช่อง Earning จะมีเงิน 50 เหรียญ
แต่ถ้าเราแนะนำเพื่อนให้กรอกข้อมูลแบบเรา เราก้อจะได้เพิ่มหัวละ 10 เหรียญทันที
7. เอาชื่อเว็บที่เราตั้งไว้http://xxxxxxx.dubaimlm.comไปแนะนำเพื่อนให้กรอกแบบสอบถามเหมือนเรา
ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งให้ในอีเมล์ที่กรอก หลังสมัคร อาจอยู่ใน Junk mail.(อีเมล์ขยะ)
วิธีขยายเครือข่ายเพื่อเพิ่มรายได้คือ ทำเหมือนที่ผมทำเท่านั้น (เพียง copy ข้อความ
(http://xxxxxx.dubaimlm.com) นำไป post ตาม web ต่างให้คนเห็นมากๆ ) และที่ง่ายที่สุดคือ ให้ญาติ
คนในครอบครัว และ เพื่อน สมัคร เพื่อรับเงิน ได้เงินใช้ฟรี

ประเทศดูไบต้องการขยายธุรกิจไปสู่ทั่วโลก โดยเล็งเห็นว่าระบบที่ดีและรวดเร็วที่สุดคือ
1. อินเตอร์เน็ต 2. ธุรกิจเครือข่าย
จึงได้สร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แต่ถ้าทำการโฆษณาเว็บไซต์แบบทั่วไปจะช้ามาก เช่น ลงโฆษณากับเว็บดังๆ
และการซื้อขายสินค้าแบบทั่วไปก็ไม่ยั่งยืน จึงมีการคิดระบบที่ทำให้ได้ผลดังนี้
1. รวดเร็ว 2. มีประสิทธิภาพ 3. ผู้คนต้องการ
ระบบการทำงานของเครือข่ายดูไบ ใช้ระบบการแนะนำต่อเป็นเครือข่ายแบบ Hi5
ขยายฐานสมาชิกออกไปเป็นทอดๆไม่สิ้นสุด โดยต่อสมาชิกแบบเครือข่าย 2 สายงาน
โดยในเบื้องต้นสมาชิกที่สมัครใหม่จะต่อสายงานแนวดิ่งลงไปทั่วโลก
คุณจะสร้างเครือข่ายที่มีสมาชิกจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่ประเ ด็น
ทำไมได้เงินง่ายขนาดนั้นล่ะ จะได้จริงหรอ?
1. ประเทศดูไบค้าน้ำมัน รวยนะ แทนที่จะจ่ายให้กับการโฆษณาแบบอื่น ก็จ่ายมาให้เราแทน
ถ้าเทียบกับการได้ลูกค้าสมาชิกจริงๆ ดีกว่าไปทำระบบอื่น แต่ได้แค่ตัวเลขหลอกๆ อย่างที่ผ่านๆมา
คุณอาจเคยมีส่วนร่วมในกลโกงโดยไม่รู้ตัว เช่น แค่คลิ๊กก็ได้เงิน
หลอกเอาค่าโฆษณาจากผู้สนับสนุนหรือเจ้าของธุรกิจที่มาลงโฆษณากับเว็บไซต์ต่างๆ
ซึ่งคุณเองก็ไม่คิดจะอ่านหรื อ
2. อีเบย์ คือคู่ค้าของเครือข่ายดูไบ น่าจับตามอง ทุกคนรู้จักอีเบย์ในฐานะแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า

บนโลกอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุด แค่ลูกค้าเก่าๆของอีเบย์ เปลี่ยนที่ซื้อสินค้า มาซื้อผ่านระบบเครือข่าย
คุณได้ส่วนแบ่งด้วย!
3. ผู้คนต้องการซื้อขาย ขยายช่องทางการตลาด คนเล่นเน็ตและกล้าซื้อของผ่านเน็ตมากขึ้น นี่คือแนวโน้ม
และโอกาสที่คุณควร รีบคว้าไว้!
จะได้เงินทางไหนล่ะ? เขาจะส่งบัตร ATM มาให้ตามที่อยู่ที่เรากรอกไป...
แล้วเอามากดเงินได้ที่ตู้เอทีเอ็มบ้านเรา
อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป รีบตัดสินใจสมัครฟรีวันนี้ ที่ลิงค์ข้างล่างนี้
คลิกเลยhttp://evaday.dubaimlm.com
(สมัครเสร็จแล้ว อย่าลืมนำ URL ของเรา ไปโพสต์ตามเว็ปต่าง ๆนะ เพื่อที่จะได้เงินที่รวดเร็วขึ้น )

คลิกเลยhttp://evaday.dubaimlm.com
ลองดูเด้อพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ หน่อยลองแล้วได้เงินจริงๆด้วย ไม่น่าเชื่อ ...ไม่เสียหาย เราไม่ได้ลงทุนไร
แค่โพสต์ไปเฉยๆ ...

เศรษฐกิจแย่ ลองๆ ทำไปเถอะ เงินทองเป้นของนอกกาย แต่มันคือปัจจัย 6 วิ้วววววววว
สรุปว่าทำไมต้องลอง ( แนวคิดฉันเองนะ )
1. ฟรีไม่ได้มีค่าสมัคร
2. กรอกข้อมูลที่พอเปิดเผยได้ เช่น เบอร์โทร อีเมล์ ที่อยู่ ไม่ได้หนักหนาอะไร
3. เบอร์โทร ?? กรอกไปแล้วก็คงไม่มีใครโทรมาจีบหรอกมั้ง ??
4. เกิดว่าไม่ได้จริง ก็ไม่ได้เสียอะไร เอาเป็นว่าได้รู้ว่ามีเว็บไซต์แบบนี้ด้วย
คำถาม ??
แล้วเขาจะให้เงินเราเพื่ออะไร ?? ในความคิดผมว่า Dubai ชอบทำอะไรที่ไม่เหมือนใครแล้วเงินหนา
ฉะนั้นตามที่โฆษณาเหมือนกับเขาต้องการให้บริษัทเขาเป็น MLM ที่ใหญ่ที่สุด ( มีสมาชิกเยอะที่สุด )
จึงได้เหมือนกับจ้างพวกเราเข้าไปเป็นสมาชิก เพื่อในเวล่าการต่อรอด้านธุระกิจต่างๆ จะได้ง่ายขึ้น
และถ้าเราลองคิดดูว่าสมาชิกเขามีเป็นล้าน เขามีอีเมล์ของเรา เขาก็คงส่งโฆษณาขายเราเช่นกัน
เช่นพวก โรงแรม ท่องเที่ยว อย่างน้อยๆใน 1 ล้านคนของสมาชิกก็น่าจะมีคนสนใจบ้างแหละ ว่าไหม ?
คิดดูแล้วก็ไม่ได้เสียอะไร แต่อาจจะต้องมานั่งลบเมล์โฆษณาก็เป็นไปได้ แต่เอาเหอะตั้ง 50 $ X 33 = 1,650
บาท คุ้มๆๆๆ !!!!

beecool...

By : eva    Date : 20 Sep 2008 01:47    แจ้งลบความเห็นที่  #133 ( 236299 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ eva ตั้งกระทู้ กระทู้

Member
Profile ของ ANEESAH NARAK
ANEESAH NARAK
ส่งจดหมายถึง sah IP-address : 202.29.62.202

ความเห็นที่ #134 ( 250791 )

''

By : sah    Date : 11 Nov 2008 10:16    แจ้งลบความเห็นที่  #134 ( 250791 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ sah ตั้งกระทู้ กระทู้

Member
Profile ของ ANEESAH NARAK
ANEESAH NARAK
ส่งจดหมายถึง SAH IP-address : 202.29.62.202

ความเห็นที่ #135 ( 250793 )

ตอนอยู่ด้วยกันก็ต้องดูแลกัน
และรักกันให้มากๆ
ก่อนที่ทุกอย่าง
จะสายเกินไป

By : SAH    Date : 11 Nov 2008 10:17    แจ้งลบความเห็นที่  #135 ( 250793 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ SAH ตั้งกระทู้ กระทู้

Member
Profile ของ SADIE
SADIE
ส่งจดหมายถึง ความรักของใครคนหนึ่ง IP-address : 118.172.68.199

ความเห็นที่ #136 ( 311630 )

ความรัก … และคำขอโทษ จากชายคนหนึ่ง

วาเลนไทน์
วันๆ ที่... ผมต้องเสียคนที่ผมรัก ไป2 คน
วันๆที่ผมรู้ว่า ใครรักผม และผมรักใคร
วันๆที่ เธอเหล่านั้น ไม่ต้องการผมเสียแล้ว
ผมว่างเปล่า ... ไม่เหลือใคร
และฟ้า คงลงโทษผมตลอดไป
ไม่ให้ผมได้ยินคำว่ารักอีกต่อไป
จากคนที่ผมรัก
ไม่ได้ยินคำว่ารักเลย ทุกๆวันวาเลนไทน์
ผมจะมานั้งและเขียนไดอารี่ ว่า
ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว



เรื่องนี้ ...
จะมีใครต่อว่า
จะมีใครด่า
ด่ามาเถอะครับ
เพราะ มันอาจทำให้ ผม รู้สึกว่า ความผิดของผม กำลังลงโทษผมอยู่ แล้วมันอาจจะจางหายไปได้บ้าง
มันเป็นความผิด ที่ผมเคยทำไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อ ปุ้ย
ผมไม่สามารถ ไปขอโทษเธอได้
ผมคงได้หวังว่าซักวัน ผมคงได้เจอกับเธอ และขอโทษเธอ
ผมไม่ได้มาแก้ตัว แต่ผม ได้มา ระบายความรู้สึก และ ผมสึกนึกผิดที่ทำลงไปกับน้องปุ้ย
ผมหวังว่า ถ้าปุ้ยได้ผ่านมาเจอ ปุ้ย อาจจะยกโทษให้ผม
และ อยากจะบอกว่า พี่ใช้เมล์เดิม เบอร์เดิม ไม่เคยเปลี่ยน
“ในเรื่องราวของความรัก”
คงมีไม่กี่คน หรอกที่ไม่ได้เจอความรักจริงๆ แล้วรู้ซึ้งถึงคำๆนั้น
และคงไม่มีใครหรอกครับ ที่รู้ว่ามันเจ็บมากแค่ไหน ถ้าไม่ลองมีความรัก
ผมอยากขอบคุณ ในความรักของผม และ ขอโทษ ในสิ่งที่เคยทำไว้กับ ปุ้ย
แม้ในตอนนี้ ผมไม่เคยคิดที่จะกลับไปแก้ไข ความรักในอดีตของผมเลยซักครั้ง
เพราะมันคือบทเรียน ว่า คำว่ารัก ที่พูดลอยๆ ที่ไม่ได้มาจากใจ
มันทำให้ ใครบางคนต้องเจ็บมากแค่ไหน...
เรื่องของผมมีอยู่ว่า
ในมัธยมปลาย ช่วงชีวิต ที่แสนวุ่นวาย และความทรงจำของผม ผมเคยทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเจ็บ
และผม ก็โดนฟ้าลงโทษให้เจ็บเช่นกัน
ผม เคยได้ยินคำว่ารัก ของคนหลายๆ คนพูดกัน ผมคิดว่า มันต้องให้ความรู้สึกดีๆ
แต่ ก็ได้ยินหนาหูไม่แพ้กัน ว่า มันมาพร้อมกับความเจ็บปวดได้เช่นกัน
ก่อนอื่น ต้องขออภัย ด้วยที่ผมไม่สามารถ ใช้ชื่อเล่นของผมจริงๆได้
สมมุติ ว่าผมชื่อ ต้าร์ นะครับ
เพราะ ว่า จุดประสงค์ของผมคือ ต้องการขอโทษ ผู้หญิง ที่ชื่อ ปุ้ย น้องปุ้ย ผู้หญิงที่ผม....
เคยโกหกเธอไปว่ารัก และตอนนี้ ฟ้าก็ยังคง ลงโทษผมอยู่
เธออายุอ่อนกว่า1ปีครับ เรียนม.5 คนละโรงเรียนกับผมครับ
ก่อนอื่นขอพูดเรื่องที่เกี่ยวกับตัวผมหน่อยนะครับ
ครอบครัวของผม ไม่ได้ดีพร้อมอะไร
ฐานะไม่ค่อยดีเท่าไร บางครั้งยังมีร้อนเงินบ่อยๆ
ผมมีความสามารถคือ
ผม เก่งทำอาหาร และเก่งเรื่องศิลปะครับ
(นอกนั้นไม่ได้เรื่องเท่าไร)
อ๋อ... !! ที่ผมเก่งทำอาหาร เพราะผมทำงานร้านอาหารครับ
พ่อผมเป็นกุ๊กประจำอยู่หลายๆที่ แต่มีอยู่ ที่หนึ่ง ที่พอผมรับทำเป็นงานประจำ
และผมก็ทำงานที่นี่ ผมได้เงินก็พอตัวล่ะครับ
พอมีเงินเก็บ พอใช่จ่ายในเรื่องอาหารกลางวัน
เพราะไม่ค่อยได้เงินจากพ่อและแม่เท่าไร
เพราะต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกหลายคนครับ
พ่อผมมีชื่อเสียงด้านการทำอาหาร ชื่อพ่อผมดังมาก ในแถบนั้น (ไม่ได้คุยนะครับฮ่าๆ อันนี้เรื่องจริง)
การทำงาน โดยไม่แยกเวลาของผม มันปนกับการเรียน
บ้างครั้ง ผมทำเวลาเลิกเรียน จนสว่าง เช้ามา เปลี่ยนชุดทำงาน ไปใส่ชุดนักเรียนตัวเดิมก็ยังมี
ผมจึงเป็นคนที่ชอบไปหลับในเวลาเรียนประจำ
การบ้านก็ไม่ค่อยมีเวลาทบทวน
ไม่แปลก ที่ผมจะหลอกการบ้านเพื่อน
แต่เพื่อนก็ยินดีให้ลอก เสมอ เพราะความอัธยาศัยดีของผม
และผมก็เอื้อเฟื้อเพื่อนมาเสมอ
ผมและเพื่อนๆ สนิทกันมากครับ มีไรก็ช่วยๆกันเสมอ
การไปโรงเรียนของผม จะมีการนอนหลับร่วมด้วย
ช่วงการเรียน มีคาบว่างบ้าง ก็หลับบ้าง
แต่... ผมดันหลับในคาบที่มีการสอน
ผมโดนอาจารย์เชิญผู้ปกครองไป ช่วงหนึ่ง
รู้สึกว่าจะ2-3 ครั้ง
อาจารย์ถามเห็นผลในการมาหลับมานอนในช่วงเวลาสอนของอาจารย์
(ถามว่าที่บ้านไม่ได้นอนมาเหรอไง)
พ่อผมก็อธิบาย ว่า ครอบครัว ผมเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว
ตั้ง5 ชีวิต และ ลูกๆ ก็เรียนทุกคน
ถ้าลูกๆ ไม่ช่วย ผมก็คงไม่ไหว
พูดงี้ อาจารย์ ก็ ไม่เรียกพ่อผมมาอีกต่อจากที่เคย บ่ายเบี่ยงให้ผมว่า
พอพูดความจริงไป อาจารย์ก็ไม่เรียกพ่อผมไปโรงเรียนอีกเลย
แต่ก็โดนด่า โดนตักเตือนบ่อยๆ


เรื่องของผม มีอยู่ว่า.....
ครั้งหนึ่ง .....
ผม... เคยได้ฟังคำดีๆ จากผุ้หญิง 2 คน
คนแรก เธอชื่อหวาน (นามสมมุตินะครับ)
คนที่สอง เธอชื่อ ปุ้ยครับ (อันนี้ชื่อเล่นของเธอจริงๆ)
แต่ก็ได้ยินคำดีๆของใครๆหลายๆคน ซึ่งมาบอกว่าชอบผม ใครบอกรักผ่านมากี่คนก็ไม่เหมือนเธอคนนี้
ดุเหมือนเธอสนใจผม และมีใจรอผม และที่สำคัญ เธอบอกว่า เธอรักผม
เธอใช้เวลาเพื่อรอการตอบสนองจากผมมา2ปี
ผมมารู้ตอน ม.ปลายครับ ว่าเธอชอบผม
เธออยู่รุ่นเดียวกันกับผมครับ แต่อายุเธอเด็กกว่าผมไปเกือบปี
ครั้งแรกที่ผมรู้ว่าเธอชอบผม ก็ตอนที่เธอส่งยิ้มให้ แล้วถามผมว่า “จะไปไหนเหรอ” เธอทำหน้าตาเขินอายจนหน้าแดง เพื่อพูดๆคำๆนี้ เธอทำงี้ทุกวัน ถามตลอดทุกครั้งที่เจอเธอเธอจะถามว่า ไปไหนเหรอ,กินข้าวยัง,เรียนเป็นไง (และเธอก็จะหน้าแดงทุกครั้ง) เธอให้เพื่อนมาบอกว่าเธอแอบชอบผม แล้วยังเขียนจ.ม รัก มันมีทุกชาติจริงๆ เธอเอามายัดใต้โต๊ะ พร้อมกับลูกอมฮารท์บีท2 เม็ด เค้าบอกว่า ชอบผมมากนะและอยากเป็นแฟนกับผม ขอเป็นแฟนกับผมได้ไหม?
ครั้งแรกที่อ่าน งง มาก มีใครแกล้งรึปล่าวว่ะ (พูดในใจ)
แต่ มันคือของจริงเมื่อ ผมเห็นเธอถามว่า “ได้อ่านหรือยัง”
หวานเธอเป็นคนน่ารักมากครับ แต่ที่ยังไม่ปลงใจพูดตกลง
เพราะความนิสัยขี้อายของผม ผมไม่กล้าที่จะพูดแม้จะบอกว่ารักกับใคร
อีกทั้ง ผมยังไม่ค่อยชอบตีซี้กับผู้หญิงอีกด้วย ไม่แปลกเลย ที่ผมยังเป็นโสด
หวานเป็นเพื่อนสมัยประถมของผม มาตอนนี้ เธอก็เรียนมัธยมเดียวกันกับผม แต่แปลก ผมไม่เคยเจอเธออีกเลย
มาเจอเอาตอนม.4 เธอบอกว่าเธอชอบผม โดยฝากเพื่อนมาบอก นี่ถ้าเธอบอกจากปากของเธอ ผมคงเชื่อ
พอมา ม.5 ผมก็เริ่มสนใจในตัวของหวาน เพราะความน่ารัก ตาของเธอโต สวย ผมสั้น แก้มชมพูน่าหยิก
และความยิ้มง่าย อัธยาศัยดี เรียบร้อย ไม่แปลก.. ที่มีชายหนุ่มมาจีบเธอมากมาย
และผมก็นึกเสียดายไม่ได้ จึง ออกสัมพันธไมตรีที่ดีออกไป
ทุกครั้งที่เดินผ่าน เธอทักทายผม ผมก็จะไม่หยุดแค่นั้น ผมก็จะทักทายเธอ พูดคุยกับเธอ
จนกระทั้ง เพื่อนๆผมก็รู้ครับว่าเรา2 คนมีใจให้กัน
ระหว่างนั้น ผมก็ได้รู้จักเด็กสาว รุ่นน้อง เธอชื่อ “ปุ้ย” ครับ
น้องเค้ามารู้จักกับผมตอนไปจัดโต๊ะจีนบ้านของเธอ แล้ว พ่อของเธอกับป๊ะป๋าของผมรู้จักกันครับ ครั้งแรกที่เห็นยอมรับเลย ว่าเธอน่ารักจริงๆ แล้วเธอก็สนใจผมด้วย พ่อของเธอ ให้เธอ ถามผมเกี่ยวกับเรื่องภาษาจีน เพราะผม เรียนด้านนี้อยู่ ผมก็แนะนำ เธอไปบ้างครับ วาดภาพให้เธอด้วย และดูเหมือนเธอจะติดใจในศิลปะ
เธอบอกว่าอยากวาดได้เหมือนผม ชมผมยกใหญ่ ว่า วาดได้สวยมาก
คุยไปคุยมาเราก็เริ่มสนิทกัน ผมเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายมาก ถ้าเป็นการบริการล่ะก้อ ผมติดพริบ มันเลยทำให้ผมเข้ากับผึ้งได้ง่ายมาก ไม่นาน ผมก็คุยติดคอกับปุ้ยมาก (คงเป็นเพราะตอนแรก คุยกับเธอแบบ ลูกค้า) มันเลยทำให้สนิทกันได้โดยที่ไม่ต้องเขินอาย
เพราะพ่อของเธอเป็นข้าราชการขั้นผู้ใหญ่ ดูมีบารมีมาก จึงไม่แปลก ที่ทุกงานจะเชิญพ่อของเธอไปเป็นเกียรติแทบทุกงาน พอผมเห็นพ่อเธอมา ผมก็มักจะแลหาเธอด้วย บางครั้งเธอมากับพ่อ ผมก็มีโอกาสไปทักทาย เธอมักจะมาดูงานในครัวประจำ ทั้งๆที่ ผมบอกว่ามันอันตราย เพราะในครัว มีคนวุ่นเรื่องงาน อีกทั้ง พื้นมีแต่น้ำมัน (ทอดอาหารจำพวกขาหมู ทอดปลา กระทะจะใหญ่มาก) แต่เธอก็มักจะมาคุยกับผม บ่อยๆ ก็มีบ้างที่ผมปลีกงาน เพราะงานในครัวว่างแล้ว ผมก็จะพาเธอเดินไปด้านหลังร้าน เป็นๆที่บรรยาศดีที่หนึ่งเมื่อเทียบกับหน้าร้าน ที่มีคนแออัด ด้านหลังร้าน เลี้ยงนกขุนทองด้วยครับ ตอนที่ปุ้ยมองดูนก ผมแอบมองดูหน้าเธอด้วย เธอน่ารักจริงๆ
เพราะความเป็นกันเอง เธอไม่ถือตัว ไม่หยิ่งเลยครับ ผมจึงรู้สึกดีกับเธอ ทั้งๆที่ฐานะเธอร่ำรวยมาก
ที่ปุ้ยชอบมาดูนกตัวนี้เพราะ มันมักเลียนเสียงของคนละแวกนั้น มันทำให้ผึ้ง ยิ้มได้ หัวเราะด้วยกันบ่อยๆ และชอบเดินเล่นแถวนั้น

จากนั้นเราก็ได้คุยกันจากโทรศัพท์มือถือ เพราะผมตัดใจขอเบอร์น้องปุ้ย
อายเหมือนกัน แต่ก็ไม่มากเท่าไร คงเป็นเพราะ ความคุ้นเคยกัน ในแบบกันเองของเธอ
กลัวเธอจะไม่ให้ครับก็เลยอ้างว่า มีอะไรให้ช่วยก็จะได้คุยๆกันได้ เพราะเนื่องจากเธออยู่คนละโรงเรียนกับผมครับ แถมเป็นรุ่นน้องด้วยครับ แต่เธอก็ให้เบอร์ผมอย่างเขินอาย ผมก็คุยๆกับเธอเพื่อคบหา ยอมรับจริงๆครับว่าไม่ได้คบเพื่อจะรัก แต่ไว้คุย .... เอ่อ สงสัยไว้เป็นทางเลือก หรือไม่ก็แก้เหงามั้งครับ ที่ผมเผลอใจกล้าขนาดนี้ เพราะน้องเค้าน่ารักจริงๆครับ เธอผมยาว ผิวขาว สมบรูณ์แบบตานี่แป่วเลย ผมเหมือนจะชอบเธอเข้าซะแล้ว
และดูเหมือนว่า น้องเค้าจะชอบผมเหมือนกัน เพราะ จากนั้น น้องเค้าก็โทรหาผมตลอด เพียงแค่ผมบ่นกับน้องเค้าว่า ผมไปโรงเรียนสายๆ เพราะผมตื่นไม่ทัน น้องเค้าก็โทรหาผมทุกเช้า ตอนทำงานเธอก็ยังโทรมาทั้งๆที่ยังไม่ได้นอน เป็นงี้ตลอดทุกๆ วันจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง 6 โมงแปะๆตรงเวลา น้องเค้าเป็นที่ตื่นเช้ามากกับการเอาใจใส่ผม ผมจึงเอ็นดูปุ้ยมากเพราะคิดว่าปุ้ยเป็นรุ่นน้องผมอายุเด็กกว่าผม อีกอย่าง เธอน้อบน้อม มีมารยาท เธอมักจะพูดเสมอว่า รบกวนไหมค่ะ? ว่างมั้ยคุยกันไหมเอ่ย? เสมอ ตลอดเวลา.....
เวลาเธอโทรหา ผมดีใจทุกครั้งที่เธอโทรมา แต่ผมก็ไม่ว่างบ่อยๆ รับสายมั้ง ไม่รับมั้ง โทรหามั้งไม่โทรมั้ง แต่น้องเค้าก็ไม่เคยบ่น เราติดต่อกัน ในระหว่างนั้น ผมก็ มีใจให้กับหวานไปด้วยครับ ข้างหวาน ผมมีใจให้มากกว่า เพราะผมรู้สึกว่า ผมชอบเธอมากๆ แต่สำหรับปุ้ย
ผมเคยคิดแบบเห็นแก่ตัวว่า อยากได้เธอมาไว้แก้เหงา และชอบน้องปุ้ยเหมือนกัน เธอน่ารักมากนี่นา
เพราะงั้น ผมก็ เลยบอกรัก น้องเค้าไป เคยพุดหวาน พูดจาห้อมล้อมเธอบ่อยๆ
ผมรู้ ... ว่ามันไม่ควร เพราะผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว คือหวาน
แต่...ผมก็เอามาล้อเล่นกับเธอ ที่ไม่สมควรพูดก็คือ ผมไม่ได้รักเธอเลย ผมแค่ชื่นชมในความน่ารักของเธอเท่านั้น ผมจึงไม่สมควรพูดเรื่องรัก เอามาเป็นที่ล้อเล่น แต่ผมก็พูดไปซะแล้ว (ปากหนอปาก)
ส่วนหวาน จากการที่เธอมาให้เห็นหน้าเห็นตาบ่อยๆเนื่องจากอยู่โรงเรียนเดียวกัน แถมยังถามนู้นนี่น่ารักเอาใจใส่ผมดี ผมจึงใจอ่อนผมเริ่มชอบเธอตอน ม.6 ครับ เนื่องจาก2ปีกว่าที่เธอแอบชอบผมไม่เปลี่ยนใจไปชอบใคร(ผมคิดงี้นะ) ผมก็เลยหลงรักเธอไป จนลืมปุ้ยไป (ไม่ค่อยจะโทรหาเธอ บ้างครั้งก็เลี่ยงเธอด้วย)
จากนั้น ผมก็แคร์ความรู้สึกของหวาน โดยทุกครั้งที่เดินผ่านกัน ผมก็เป็นฝ่ายทัก
เธอก่อนมั่ง ทักเธอก่อน(ทุกครั้งเธอจะทักผมก่อน)
ผมเริ่มใส่ใจเธอมาเรื่อยๆ ถามตลอด สืบเรื่องของเธอทั้งเบอร์โทร(เอามาทำไมก็ไม่รุ ไม่กล้าโทร) E-mail ก็สืบได้มา สี ของชอบ อะไรเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็สืบๆ ถามๆ จนรู้หมด แถมยังไม่พอ ผมก็พาเพื่อนยาก
แอบตามรถส่งน.ร ที่มารับมาส่งเธอ ไปจนถึงบ้านเลย นับว่าบ้านของเธอไกลจาก ร.ร มาก ผมตามไป4ครั้ง ก็เจอบ้านของเธอ ไปครั้งแรก รถขับไวมาก ผมตามไม่ทัน บางครั้งตามรถอยู่ดีๆ รถรับส่งน.ร ดันคล้ายๆกัน มาสับไปมา จนงง ไปใกล้ก็ไม่ได้เด๋วโดนจับได้ ป้ายทะเบียนอย่าถามถึง การสะกดรอยของผมเนี้ยนมาก อยู่ไกลชิหายเลยครับ มองไม่เห็น มองดูแต่รถแล้วให้เพื่อนไปดูว่าเธอขึ้นรถยัง พอขึ้นรถปุ๊บ เราก็ค่อยๆดำเนินแผนก็คือ ตามไกลๆเพื่อไม่ให้โดนจับได้ แม้วิธีการจะดูโง่ๆ แต่เชื่อได้เลยครับว่า คนมีความรักครั้งแรก รับรองครับ อะไรที่ว่างี่เง่าอย่างนั้น อย่างนี้ เค้าทำได้หมด รักมันบังตาแล้ว.. หลังจากความมานะของผม ขับรถจนเมื่อยก้น แม้เพื่อนที่ซ้อนมาด้วยกัน มันยังบ่น ผมก็ตามรถรับส่งของเธอได้ ในครั้งที่ 4 บ้านเธอไกลมาก รถรับส่งไปรับเธอประมาณ1.-2 ซ.ม เห็นจะได้ล่ะครับ เพราะละแวกนั้น เป็นที่ชุมชนก็จริง แต่ มีเปิดการเรียนการสอนถึงชั้นม.6 แต่จึงมาเรียนต่อที่นี้ ผมก็มองแล้วยิ้มให้เธอทุกวัน ไปทักทายเธอ หวังเป็นการตอบแทนในความรักที่เธอเคยมอบให้
จนมาถึงเทอมสุดท้าย ของชึ้นม.6 มีการเขียนเฟรนด์ชงเฟรนด์ชิพกันบานล่ะครับ ผมก็เขียนๆให้เพื่อนๆหลายๆคน จนไอ้เพื่อนยากของผมที่อยู่ห้องเดียวกันกับเธอ เอาเฟริมชิฟยื่นให้แล้วบอกว่า “หวานเค้าให้แกเขียนให้เค้าว่ะ สมใจแกล่ะน่ะ!!” หัวใจแทบหลุดแต่ก็ไม่รุจะเขียนอะไรดี จึงบอกว่าขอเอาไปคิดก่อน อายมาก ไม่รู้จะเริ่มไงดีทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เคยบอกว่า ถ้าได้เฟรนด์ชิพของเธอมา จะเขียนความในใจให้เธอ ผมจึงโดนเพื่อนรักของผมล้อว่า อ่อนว่ะ ไม่กล้านี่หว่า แต่ได้ข่าวว่า เธอค้างงานอาจารย์เรื่องศิลปะ มาพูดถึงเรื่องนี้ ผมเป็นคนมีเซนต์ด้านนี้ครับ แหม ฝืมือเจ๋งไม่แพ้ใครนอกจากยอมแพ้ เป็นตัวของ โรงเรียนไปแข่งหลายๆที่ แต่ที่โดนลดค่านิยมก็เพราะเรื่องสายเสมอ ไม่รักษาเวลาของผมนี่แหละครับ ทำให้อาจารย์ศิลปะไม่ชอบขี้หน้าผมซักเท่าไร เผลอๆ อาจจะหมั่นไส้ด้วยซ้ำ เพราะมีหลายๆครั้งที่อาจารย์นัดไปแข่ง แต่ผมก็ทำให้อาจารย์ประทับใจได้ทุกครั้ง ผมมาสายไปไม่ทัน ผมก็ไม่ไป หรือ ขี้เกียจ เพราะนัดกับเพื่อนว่าจะเที่ยว ผมก็ทิ้งงานของอาจารย์ไปเสีย ไม่แปลกเลยที่อาจารย์เค้าจะเกลียดขี้หน้าผม งานศิลปะของลายไทย ลวดลายเยอะยั้วเหยี้ย เต็มไปหมดแต่ผมก็ทำมันได้ดี ผมได้โควต้าม.ช วิจิตรศิลป์เชียวนะ พูดไปก็เสียดาย ผมไม่มีโอกาสได้ไปเรียนหรอกครับ ป๊ะป๋าผมไม่ให้เรียน ป๋าไม่ชอบ แค่ให้ไปเล่นๆ นะพอได้ แต่ให้เป็นการเป็นงาน ล่ะไม่ได้เด็ดขาด ผมเลยแห้วไป อาจารย์ให้งานศิลปมา ของผมน่ะเสร็จนานแล้วและก็ทำได้ดี จนอาจารย์เอาไปติดโชว์เพื่อนๆที่ยังไม่เสร็จ แต่ของเธอยังไม่เสร็จ ผมเลยทำให้เธอ กับเพื่อนรักของผมที่นำข่าวของหวานมาให้ เป็นสินน้ำใจ พอให้ไปแล้ว แหม เพื่อนๆของหวานรู้ว่าผมแอบชอบเธอ เค้าก็ขอให้วาดให้ ทั้งห้องของผมและห้องของเธอ ยื่นมาให้ตรึ่มเลยครับ ผมก็ได้แต่บ่นในค่ำคืนของวันนั้นว่า “ซวยเลยตูอดนอนเป็นอาทิตย์แน่ๆ” แต่ก็เพื่อเธอทำได้ครับ ทำจนเสร็จ สรุปแล้วผมทำเอง น่าทึ่งที่งานเยอะขนาดนั้นผมทำให้เพื่อนๆได้ทั้งหมด
ผมโครตเหนื่อยเลย ไหนจะต้องเรียน ทำงาน แล้วมานั่งวาดลายไทยอีกขโหย่ง...
โดยผมไม่มีเรื่องผึ้งมาอยู่ในหัวเลยครับ แต่ก็โทรไป เพราะเป็นหน้าที หรือแก้เหงาก็ไม่ทราบ เพราะว่าความเกรงใจไม่กล้าพูดจึงต้องยื้อๆกันอยู่อย่างนี้ วันเกิดของหวานมาถึง ผมก็จัด ของขวัญตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้
ทั้งๆที่วันเกิดของผึ้งก่อนหน้านี้เธอชวนแต่ผม ปฏิเสธว่าติดงาน ได้แต่ส่งข้อความแสดงความยินดี ของขวัญก็ไม่ได้ให้เธอซักชิ้น
และจากนั้นไม่นานก็เป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักก็มาถึง วันนี้แหละที่ผมจะต้องสารภาพรักกับหวานให้ได้ ผมซื้อตุ๊กตาตัวเบ้อเริ้มไว้ให้เธอ กะช่อดอกกุหลาบลวดลายสดใส

ในวันวาเลนไทน์ ผมให้เพื่อนๆของผม ไปมอบให้แก่เธอ ผมต้องเลี้ยงข้าวพวกมัน เพื่อให้มันเอาของที่ผมจัดมาไปมอบให้กับเธอ เพื่อนรักของผมเค้าบอกว่า
เชน : “เฮ้ย ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยแกนะเว้ย แต่แกไม่สงสารน้องปุ้ยมั่งเหรอว่ะ ?
สงสารน้องเค้าว่ะ น้องเค้าโครตรักแกเลยนะเว้ย ข้าเสียดายว่ะ!!”
ผมอารมณ์เสียขึ้นในทันใด แต่มันก็ช่วยผมอยู่ดี มันเพื่อนผมนี่ แต่มาคิดดูก็ถูกของมัน เพราะขนาดเวลาพักกลางวัน ปุ้ยก็ยังโทรหา ไถ่ถาม คุยเรื่อยเปื่อย ผมก็ว่านล้อมพูด ว่ารักอย่างนู้นรักอย่างนี้ ให้ไอ้เพื่อนรักของผมได้ยิน จนมันเลี่ยน บ่นอยากอ๊วกบ่อยๆแต่ไม่รู้ทำไง ผมก็พูดออกไปว่า
ต้าร :ข้าไม่ได้รักน้องเค้านี่หว่า ข้ารักหวานนี่
เชน : เอ่อ... แล้วแต่แกเถอะ พ่อแบทพรีท หล่อเหลือเกิน ประเดียวฟ้าจะลงโทษแก แกจะไม่ได้ใครซักคน
ต้าร์ : เฮ้ย!!... นี่แกมาอย่าพูดดิว่ะ เสียวนะเว้ย น้องปุ้ยเอาไว้ทีหลัง แต่ตอนนี้แกมาเอาดอกกับน้องตุ๊กตาข้าไปให้หวานเลยนะ
เชน : หา แกซื้อของให้หวานเหรอ
ต้าร์ : แน่นอนสิว่ะ ข้าเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ข้าเอาซ่อนไว้ในห้องดนตรีว่ะ(ผมไปเล่นดนตรีบ่อยๆ ฝากของไว้กับห้องของอาจารย์แกใจดีมาก)
ผมกับเชนก็ไปเอาของที่ว่ามา
เชน : โห แมร่ง แกหมดเงินไปกี่บาทว่ะ ท่าทางแพงน่าดู
ต้าร์ : เอ่อ หมดไม่ถึงพัน ว่ะ แค่เกือบถึง หมดเลยค่าแรงฉัน เอาว่ะ ไม่ได้มีทุกปี จีบสาว ต้องลงทุนนะเว้ย ...
เชน : ถ้าแกขืนอ่ำๆ อึ้งๆ แบบนี้ จีบไม่ติดมา ข้าเสียดายแทนเลยว่ะ
ต้าร์ : อย่าพูดงั้นสิว่ะ กำลังไปได้สวย
เชน : ฮ่าๆ พูดเล่นน่ะ ไอ้บ้า เค้ามีใจในแกขนาดนี้ แล้ว พลาดได้ไงว่ะ
และแล้ว ผมก็สารภาพในการด์ที่ติดไปกับช่อกุหลาบแล้วยัดให้ เชนเพื่อนรักของผมนำเอาไปให้ มันหอบเอาตุ๊กตาที่ผมซื้อมา(ตัวใหญ่มาก) กับดอกกุหลายช่อหนึ่ง ไปให้
โดยผมบอกว่า จะเลี้ยงข้าวมันเป็นการตอบแทน
“สุขสันต์วาเลนไทน์ รักหวานมากนะ”
เป็นข้อความที่ผมเขียนลงในการด์ จากใจของผม
ส่วนเชน ก็เริ่มไม่ค่อยจะกล้าทำให้ผมซักเท่าไร
ว่าแต่ข้าวมื้อเดียวมันไม่อยากจะทำนักหรอก แต่ที่มันช่วยเพราะมันติดผม ครับ เรา2 คนไปไหนไปกัน ลุยทุกที
แทบว่าจะเป็นคู่ขาประจำโรงเรียนก็ว่าได้

เดินหากันอยู่นาน แหม งานประจำปีของโรงเรียนจะจัดในวันวาเลน์ไทน์ของโรงเรียนทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ เท่าไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ล่ะครับ เจอหวานเดินมาหน้าประตูโรงเรียน เอ่อลืมบอกไปครับ อีกฝังตรงข้ามของโรงเรียน เป็นสนามแข่งกีฬา โรงเรียนของผมค่อนข้างกว้าง

ผมเห็นเธอผมก็หลบเลยครับ ได้ตกลังกับเชนเพื่อนผมเรียบร้อยแล้ว มันก็ทำหน้าที่ของมันต่อ คือต้องส่งดอกกุหลายกับตุ๊กตาหมีอย่างจำใจ(ดูหน้ามันบุญไม่รับอย่างนั้น)

ผมอาย...อายสุดๆ ไม่กล้าเจอหน้าเธอ แต่เหมือนว่ายิ่งหนียิ่งเจอครับ วันนี้ ผมกะว่า ทั้งวันผมจะไม่เจอหน้าหวาน
แต่ดูเหมื่อนว่ามันจะไม่ใช่ ผมเจอเธอหลายรอบจริง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ อยากเห็น เพราะไม่เจอนอนไม่หลับ แต่จนแล้วจนรอด ยังหาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ

ผมเจอเธอเดินมากลับเพื่อน จะๆตา หัวใจแทบหลุด เธอยิ้มอย่างเขินอาย แล้วก็เดินผ่านไป จนมาค่ำคืนนั้น ผมต้อง
เสียน้องปุ้ยไป เพราะว่า เธอรู้เรื่องของผมหมดแล้ว เธอสงสัยอยู่แล้วว่า ผมไม่สนใจเธอและห่างเหินเธอไปเรื่อยๆ คงมีคนรู้จักในโรงเรียนไปบอกเธอ เพราะว่า หลังจากที่ผมให้ตุ๊กตาตัวเบ้อเริ้มกับดอกกุหลาบช่อใหญ่ เรื่องก็ดัง เพื่อนๆต่างรู้กันหมดเลยครับ เธอคงสืบได้ ปุ้ยร้องไห้ เธอบอกผมว่า
ปุ้ย : “ไม่รักทำไมไม่บอกมาหลอกว่ารักปุ้ยทำไม ปุ้ยรักพี่แต่ความรู้สึกนี้มันคงหมดไปแล้วล่ะ โชคดีนะ”
ผมพอจับใจความได้แค่นี้ เพราะที่พูดมา มีแต่เสียงร้องไห้ฟูมฟาย ผมสงสารเธอมาก แต่ก็ไม่รู้ให้ทำไง ก็ผมรักหวานแล้วนี่
ผมโทรไปหาปุ้ยอีกครั้ง ปุ้ยรับสาย แล้วน้องเค้าก็บอกผมว่า
ปุ้ย : “พี่ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน พี่มีอะไรจะพูดไหมค่ะ?”
ต้าร์ : พี่ขอโทษนะครับ พี่ไม่ได้ตั้งใจ ผึ้งยกโทษให้พี่นะ
ปุ้ย : ปุ้ยจะลืมทุกๆอย่าง รวมทั้ง คำว่ารัก ที่พี่เคยพูดไว้กับปุ้ย พี่โชคดีกับแฟนพี่เถอะนะ น้องขวางพี่อีกต่อไปแล้วขอให้มีความสุขนะค่ะ
ตู้ดส์ๆๆๆๆๆ................................................................................................................
เธอวางสายไปแล้วล่ะครับ
เสียงสะอึกสะอื่น ของเธอ ทั้ง ร้องไห้ฟูมฟาย
ผมพอจะรู้ว่าเธอ คงเสียใจมาก
แล้วก็เป็นจริงอย่างว่าด้วยครับ ผมกับปุ้ยไม่ได้โทรหากันอีกเลย
เธอเปลี่ยนเบอร์ครับ ผมโทรหาเธอวันนั้น เกือบร้อยรอบ แต่เธอก็ไม่รับ
ขนาดเมล์ เธอก็คงใช้เมล์ใหม่ เบอร์ใหม่ เพื่อหลบผม
หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยโทรหาเธอติดเลย
หลังจากนั้นผมก็เหมือนมีไรขาดหายไป ไม่มีเสียงของเธอมาไถ่ถาม ทั้งเสียงที่มาพุดซ้ำๆ ว่าให้ฝันดีก่อนนอน เสียงโทรศัพท์โทรปลุกทุกเช้า เพราะว่าผมเป็นคนทำงานดึก มักตื่นสาย เธอจะเป็นนาฟิกาให้ผมทุกๆเช้า ว่าเช้าแล้ว ให้ผมเตรียมตัวไปร.รได้แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้โทรมาหา แต่ปุ้ยก็มีข้อความ ส่งหาบ่อยๆ ในเวลาที่ผมงานยุ่งไม่มีเวลารับสาย ผมควรดีกับเธอ มันคงจะดี ถ้าผมไม่ได้รักหวาน ถ้าไม่มีหวาน ผมคงจะรักเธอแน่ ผมโทรหาหวานแทน หวานก็คุยปกติ ไม่ได้เขินอายเหมือนปกติที่เธอเคยทำ เค้าถามว่า ผมน่ะชอบหลบหน้าเธอบ่อยๆ เธอถามว่า หลบทำไม ผมก็บอกว่าผมอาย เค้าก็บอกว่าไม่ต้องอาย อายทำไม ก็เราเพื่อนกัน......
วรรคท้าย ทำให้ผมอึ้ง ..........นานเลยครับ ตอนแรกผมก็นึกว่าเธออายผมซะอีก แต่วรรคที่2 นี่สิครับ เค้าบอกว่า
”หวานมีแฟนแล้ว แล้วก็รักมากด้วย” ฟังแล้วใจแทบสลาย เมื่อได้ยินคำๆนี้จากคนที่เทใจไปให้แล้วหมดทั้งใจ
เธอไม่รักผมแล้ว เหรอเนี้ย มันเกิดอะไรขึ้น ผมอึ้งจนต้องวางโทรศัพท์ใส่เธอ แต่ด้วยความข้องใจ พอหายอึ้งแล้ว ผมจึงโทรไปใหม่ ไปถามให้แน่ใจ พอเธอรับสาย ผมถามเลยว่า เป็นความจริงเหรอ เธอตอบว่าใช่ เธอบอกเธอขอโทษ ที่ไม่ได้บอกผม ในระหว่างนั้นเธอคบกับคนใหม่ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันและห้องเดียวกันกับเธอ ผมจึงถามว่า ทำไม ถึงให้ใจเค้าไปง่ายดายขนาดนั้น แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าไม่ได้มีใจให้เราแล้ว เธอก็พูดแต่คำขอโทษ ขอให้เรา2 คนเป็นเพื่อนกันแล้วลืมเรื่องทั้งหมดนี่ไปได้ไหม? เธอพูดจบประโยค ผมยังไม่ทันหายอึ้ง เธอก็วางสาย
ผมตกใจจริงๆ ไม่นึกเลยว่ามันจะจบลงแบบนี้ มันง่ายสำหรับเธอกับเค้าคนใหม่ แต่ผมนี่สิ ตาย ... ตายห่าล่ะ ซึมอย่างหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ผมยังจำได้ดีเลยว่า ครั้งแรกที่ผมพูดกับเธอ ผมยังถามเรื่องแฟนกับเธอ
เธอบอกผมเองนี่ว่า เธอ ไม่มีแฟน เพราะเธอ อยากตั้งใจเรียน เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะเสียใจ แต่เธอก็ยังมาบอกว่าชอบผม รักผม ผมคงไม่ได้ฝันไป คำพูดเธอจริงๆ คิดถึงคำพูดที่เธอพูดแล้วน้ำตาผมก็ไหลทุกที ก่อนจะจบไม่กี่วัน ก็มีปฐิมนิเทศ เธอไม่มองหน้าผมเลยซักนิด (ไหนบอกว่าเราเพื่อนกันไงว่ะ) แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าเธอมาพูดกับผมอีก ผมคงต้องร้องไห้โฮต่อหน้าเพื่อนๆแน่ ผมพูดในใจ ว่าตอนนี้ผมฝันไปรึเปล่า อยากตื่นๆแล้วมาเจอกับหวานคนเดิม
ผมคงตื่นจากฝันไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ ผมตื่นไปแล้วในโลกของความจริงและกำลังเผชิญอยู่
เธอได้ที่เรียนในฝันของเธอ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นหน้าเธอ เพราะวันข้างหน้า
ผมคงไม่ได้เจอเธอง่ายๆแบบนี้อีกแล้ว
ผมอยากไปลาเธอ
อยากจะพูดกับเธอในความรู้สึกที่ผมมี
ว่ามันมากมายแค่ไหน
แต่ดูเหมือนว่า ผมคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
วันนั้น พอเลิกปฐิมนิเทศ
ผมไม่กลับบ้าน
ผมขับรถ ไปยังที่ต่างๆ
ผมมานั้งนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ทบทวนอดีต
ที่ผมเคยมีความทรงจำดีๆ
กับเพื่อนๆ และที่สำคัญ กับเธอคนนี้
ที่ผมรักมาก ผมรักมากเกินถอนตัวไปแล้ว
การที่ผมไม่มีหวาน มันทำให้ผมนึกถึง ปุ้ย ใช่ครับ ผมคิดถึงปุ้ยขึ้นมาแล้ว
ผมร้องไห้อีกรอบ ผมจำคำของผมที่เคยพูดกับปุ้ยเอาไว้ได้
ผมเคยบอกว่า ผมรักเธอ ผมชอบเธอ แล้วผมก็ถามเธอไปว่า เธอรักผมไหม?
ผมเคยหอมแก้มเธอ ตอนที่ไม่มีใครเห็น
ตอนนั้นผมคิดว่าผมเผลอใจ
ที่ผมพูดและรู้สึกดีกับปุ้ยแบบนั้น
แต่................
ผมมารู้ตัว มารู้ตัวในวันที่มันสายเกินไป
ว่าผมไม่ควร ทำแบบนั้น
ผมทำผิดกับผึ้ง
ผมได้แต่ด่าตัวเอง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา น้องเค้าดีกับผมมาก
ปุ้ย เป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่กับผม เธอพูดได้ทั้งวัน
ปุ้ย เป็นคนที่พ่อแม่ห่วงมาก แต่เธอก็เคยแอบหนีเที่ยวกับผม
ปุ้ย เป็นคนที่มีฐานะดีมาก ต่างกับผม ที่ฐานะไม่ค่อยดีเท่าไร ไม่ค่อยสมกับเธอนัก
แต่.. เธอก็เลือกคบกับผม
ปุ้ย เป็นคนที่ขี้อายมาก แต่ ผึ้งก็ยังบอกรักผม
และที่สำคัญ เธอเป็นที่ ถูกบอกรักมากมาย แต่เธอ ... เลือกที่จะรับคำว่ารักจากผม
เธอ ดีใจมาก ที่ผมบอกว่ารักให้เธอได้ยิน
ผมเพิ่งมารู้ว่า คำว่ารัก ที่ไม่ตั้งใจของผมมันทำร้ายเธอมากแค่ไหน...
ข้อความอีกหลายสิบๆ ข้อความที่ผมยังไม่ได้เปิดอ่าน
มันเป็นของเธอทั้งนั้น
ผมเปิดอ่านแล้ว น้ำตาคลอเป้า จนมันไหลอาบแก้มของผม
มันเป็นคน ที่ให้กำลังใจผมทั้งนั้น
ปุ้ยให้กำลังใจ เธอบอกว่า สู้ๆ อย่าหักโหมเกินไปนะ
และให้ผมมองดาว เมื่อไม่เจอหน้ากัน นั้นคือ ปุ้ยนะ
จนบัดนี้ ผม ไม่เคยลบข้อความนี้ทิ้ง ผมไม่กล้าลบ
ข้อความดีๆ ที่ผมเคยได้รับจากหญิงที่เคยรักผม และผมเคยหลอกเธอ

ผมเจ็บปวดมาก ที่หวาน ไม่ได้รักผม แต่เธอเองก็หลอกให้ผมรัก ด้วยคำโกหกว่า รัก จากปากของเธอ
มันสมแล้วล่ะที่ ผม ถูกฟ้าลงโทษ
แล้วมานึกย้อนดูแล้ว ถูกของแกว่ะ เชน ฟ้าลงโทษฉันล่ะ!! ฉันผิดไปแล้ว
ตอนนี้ ผมอยากจะบอกความรู้สึกของผม ความรู้สึกสำนึกผิด ในความเลวของผม
แต่... ผมไม่กล้า ที่จะเอาหน้าของผมไปเสนอให้เธอดู เพราะมันจะทำให้เธอต้องเจ็บอีก
ตอนนี้เธอคงมีคนมาดูและแล้วล่ะ เพราะเธอน่ารัก นิสัยดี ฐานะดี
เธอต้องได้คู่ครองที่ดีแน่ ในอนาคต
ไม่ใช่คนที่ไม่เจียม และไม่ดีพร้อมอย่างผม แถมยังหลอกลวง เห็นแต่ตัว...
และแล้วผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเธออีกเลย
คำขอโทษ ที่ผมยังไม่ได้รับการให้อภัยจากเธอ
ผ่านมา2ปีแล้ว ผมยังรู้สึกผิด
บางอย่าง ที่ทำผิดไป รู้สึกเสียดายวันเวลาเหล่านั้น
ผมอยากกลับไปแก้ไข
ผมอยากไปบอกว่ารัก ที่มาจากใจของผม
แต่มาตอนนี้ผมคงทำดีที่สุดแล้ว มันคงดีที่สุดแล้วล่ะ เพราะผม มานึกดูอีกที…
หวาน...เป็นรักแรกของผม
ผมตัดใจจากเธอไม่ได้
ถ้าเทียบความรักกับผมและหวาน
ช่วงเวลาความรักของผมที่มีให้เธอ
มันช่างสั้นเหลือเกิน
แต่เมื่อเทียบความรักที่เธอมีให้ผมแล้ว
มันมากกว่าผมมากนัก
เพราะ ความรักของผมที่มีให้เธอตลอดเวลา1ปี
กับความรักที่เธอเคยมีให้ เธอเคยแอบรักผู้ชายคนนี้
มา3ปีเต็ม
แต่เธอกับสลัดความรักของผมทิ้งอย่างไม่มีเยื้อใย
เพราะอะไร?
เธอถึงมอบใจให้กับคนๆนั้น
ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้
เช่นกันครับ
ปุ้ยคงรักผมมาก
เธอห่วงใยผม
เหมือนที่ผมห่วงใย หวาน
ผมเทคแคร์หวาน
เหมือนที่ ปุ้ยเทคแคร์ผม
ปุ้ยบอกรักผม
เหมือนที่ผมบอกรักหวาน
ผมโดนหลอกเพราะหวาน
แต่ปุ้ยโดนหลอก เพราะผม
และผม... เสียใจ
ปุ้ยก็เสียใจ เหมือนกัน
ตลอดเวลา
คนๆนั้นเค้าดีกว่าผมงั้นเหรอ?
ผมทำดีไม่พอใช่ไหม?
พอมีความรักไม่เท่ากับคนๆนั้นใช่ไหม?
คำถามมีเป็นร้อยเป็นพันคำถามที่ผมยังครุ่นคิดกับตัวผมเอง
ไม่มีวันจบจักสิ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ?
แม้ผมจะเริ่มมีใจให้เธอแค่เพียงเวลา1ปี
แต่ผมรักเธอมาก หมดทั้งใจ
แม้ผม หน้าตาแสนธรรมดา รวมทั้งการเรียน
และยังดูเฉิมๆ บ้าศิลปะ
.......
ผมพยายามลบเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งเหล่านั้น
ด้วยการตามใจเธอทุกอย่าง เทคแคร์เธอ
สนใจแต่เธอ
ทุกครั้งที่ผมเจอเธอ ผมเอาแต่ยิ้มให้กับเธอ
ไม่มีสักครั้งที่ผมไม่ยิ้มให้กับเธอ
วันสุดท้ายที่เราพบกัน
เธอยิ้มอย่างมีความสุข
แต่กลับไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเลย
แม้จะเป็นวันที่ยินดี วันที่ผมจบรุ่นหนึ่ง
วันที่อาจารย์และเพื่อนๆทุกคน
ยินดีที่เห็นผมมีเป้าหมายในชีวิต
ตอนนี้ ผ่านมาแล้ว1ปี
เท่ากับตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วอีก1ปี
รวมแล้วผ่านไป2ปี
เท่ากับเวลาของเราที่เคยมีร่วมกัน
ของเธอผ่านไปแล้ว4ปี
เธอเคยคิดถึงผมซักครั้งไหม
2ปีของผม
กับ4ปีของเธอ
มันช่างต่างกันไกลเหลือเกินในความเป็นจริง
แต่4ปีของเธอนั้น
สำหรับผม
มันน้อยมากกับความรักของผมที่มีให้เธอ
ในความรู้สึก
มันช่างต่างกันเหลือเกิน
ในความเป็นจริง กับความรู้สึก

มาตอนนี้ ...
ผมรู้แล้วว่า น้องปุ้ยเจ็บมากแค่ไหน
กับคำว่ารักที่ไม่รับผิดชอบของผม
รักที่พูดไปลอยๆ ... อย่างไม่คิด
รักที่พูดไปเพื่อต้องการให้อีกคนรู้สึกดีในช่วงเวลาหนึ่ง
รักที่พูดไปเพื่ออยากให้เธอยังคบกับผมมีใจให้กับผมเพื่อเธอจะได้เป็นทางเลือกของผม
รักที่พูดไป อย่างเห็นแก่ตัว
มันทำลายจิตใจมาก และไม่สามารถลืมมันได้
มันต้องเป็นบาปกรรมของผม ที่ทำให้ผมไม่ลืมมัน
หวานหลอกผม ผมหลอกปุ้ย
บาปกรรมของผมก็คือ
หวานหลอกผม ผมเจ็บ ผมหลอกปุ้ย ปุ้ยเจ็บ ผมก็รู้สึกผิด ผมก็เจ็บขึ้นไปอีกเช่นกัน
มันเป็นการลงโทษที่สม แล้วหรือ มันยังน้อยไป
แต่ผมเจ็บมาก
ปุ้ยไม่รู้อะไรด้วย ก็ต้องมาเจ็บเพราะผม
จนทุกวันนี้
ผมนึกถึงสมัย ม.6 นี้ทีไร ผมก็ยัง น้ำตาไหลได้อีก
แม้เวลาจะผ่านไป 2 ปีกว่าแล้ว
ผมไม่เคยยกโทษ ให้กับตัวเอง
ที่เคยหลอกลวงปุ้ย
ความรู้สึกผิด กับการเสียใจกับรักครั้งแรก ผมก็ยังไม่จางหายไป
มันยังคงวนเวียนในหัวใจของผมทุกวัน
มันไม่เคยลดลงเลย...ในความรู้สึก ของผม
มันไม่เคยจะลืมได้เลย...ในความคิดของผม
มันเป็นตราบาป ... ในจิตใจของผม ที่ตามผม ไปทุกที่
ถ้าผมไม่ถูกลงโทษ ผมก็คงไม่รู้สึกนึก
ขอบคุณ กับรักครั้งแรก ที่ทำให้ผมตาสว่าง ขอบคุณนะหวาน
ขอบคุณ... กับความรู้สึกดีๆ ที่ได้เคยได้จากคนที่แสนดีอย่างเธอนะ น้องปุ้ย
และ...
และหวังอย่างยิ่งว่า เรื่องนี้ เธอคงจะได้อ่านเค้าซักวัน
และได้รับการอภัยจากผึ้ง ....... ผู้หญิงที่แสนดีของผม
……………………………………………………………………………

ขอโทษ ... ขอโทษ ... พี่ขอโทษจริงๆนะปุ้ย พี่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้พี่ด้วย


……………………………………………………………………………      

By : ความรักของใครคนหนึ่ง    Date : 6 Apr 2009 06:05    แจ้งลบความเห็นที่  #136 ( 311630 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ ความรักของใครคนหนึ่ง ตั้งกระทู้ กระทู้

Member
Profile ของ boss
boss
ส่งจดหมายถึง boss IP-address : 113.53.77.189

ความเห็นที่ #137 ( 403153 )

รักใครขอให้รักทอ่มเท

By : boss    Date : 26 Nov 2009 15:27    แจ้งลบความเห็นที่  #137 ( 403153 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ boss ตั้งกระทู้ กระทู้


== เนื่องจาก กระทู้นี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นค่อนข้างมาก จึงขอแสดงผล แค่ 50 คำตอบสุดท้ายก่อน !! ==
ความคิดเห็น หน้าที่ : [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]
( แสดงผลหน้าละ 50 ความคิดเห็น เรียงตาม ความคิดเห็น ล่าสุด )

    เกมส์ เกมออนไลน์ เล่นกันทุกวัน มันส์ได้ทุกเกมส์

ขอเชิญร่วมตอบกระทู้
ความคิดเห็น
โดย
Member ID
** เฉพาะสมาชิกระบุ ID (ตัวเลข)
Password** เฉพาะสมาชิก => [[ สมัครสมาชิก Click!! ]]


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

ย่อหน้า จัดกึ่งกลาง ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
จัดรูปแบบข้อความ

คำเตือน !!
1. การ Post ข้อความ ที่เป็น การรบกวน ความเป็นส่วนตัว การสบประมาท ดูหมิ่น หยาบคาย อนาจาร ซึ่งรุกรานต่อความเป็นส่วนตัว เป็นภัยต่อผู้อื่นบนเว็บไซต์ มีความผิดทางกฎหมาย
2. เพื่อความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว โปรดหลีกเลี่ยง การลงเบอร์โทร ชื่อ-สกุล จริง ในการ Post ข้อความ แนะนำ ให้ติดต่อกันทาง Email ตรง !! จะดีกว่านะ !!
[ ปิดหน้าต่างนี้ ]



 


Mobile Zone
SMS MMS Logo

บ้านทอมดี้

น่ารัก ดอท คอม www.narak.com ศูนย์รวม ความน่ารัก

ทอมดี้น่ารัก ศูนย์รวมทอมกะดี้

http://pha.narak.com
Google
www.narak.com board.narak.com pha.narak.com
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ทุกความคิดเห็น จะถูกส่งขึ้นระบบ โดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยน โดยอิสระ ทางเวป ไม่ขอรับผิดชอบ ข้อความที่อยู่ในนี้ ว่า มี ความเชื่อถือ - มากน้อย แค่ไหน โปรดใช้ วิจารณญาณ ในการเยี่ยมชมของผู้เยี่ยมชม เป็นตัวแยกแยะความถูก-ความผิด ของข้อมูล
2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
3. ผู้จัดทำ และ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อความปลอดภัย และ สิทธิ์ของท่าน กับความเป็นส่วนตัวของท่าน หากไม่มั่นใจ อย่าได้ post ข้อความ ที่เป็นชื่อ-นามสกุลจริง หรือ เบอร์โทรศัพท์ อันจะนำไปถึงตัวคุณเองนะครับ ( กรณีไม่ต้องการเปิดเผยตัว )
5. หากคัดลอก บทความและเนื้อหา จากที่ใด ขอความร่วมมือ ลง Credit ให้กับ ที่มาด้วย หรือเพื่อให้ทีมงานง่ายต่อ การตรวจสอบ หากมี การละเมิดลิขสิทธิ์ ทางทีมงานจะขอลบออกจากระบบ

ผู้สนับสนุน : งาน หางาน งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ งานสถานศึกษา งานบริษัท | หาเพื่อน
PHA HIV AIDS | หวย สถิติหวย ตรวจหวย ใบตรวจหวย | Barbie | จตุคามรามเทพ
รหัสไปรษณีย์ รหัสไปรษณีย์ไทย คำขวัญประจำจังหวัด | รถมือสอง | เกมส์เต้น
เกม เกมส์ เกมส์แต่งตัว เกมส์ทำอาหาร | Directory | เกมส์ปลูกผัก

Copyright © Since April 2006 www.narak.com ( น่ารักดอทคอม ) , Code : Moha
เกมส์ เกม ออนไลน์ เล่นได้ทุกวันมันส์ได้ทุกเกมส์


Check IP address / Domain name : Check Your IP Click !!

รหัสไปรษณีย์ รหัสไปรษณีย์ไทย คำขวัญจังหวัด : thai postcode zipcode



ประกาศ รับสมัครงาน
Update ทุกวัน

jobs.narak.com
ศูนย์บริการสาธารณสุข 20 บมจ.ธนาคารนครหลวงไทย รับสมัครบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ
กรมทรัพยากรธรณี รับสมัครงาน พนักงานจ้างเหมาบริการ (นักธรณีวิทยา) 2 ตำแหน่ง
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รับสมัครบุคคลในตำแหน่ง นักเทคนิคการแพทย์
งานวิจัยสมุนไพร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดรับสมัครนักวิทยาศาสตร์การแพทย์
โรงพยาบาลคลองหลวง ประกาศรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 6 ตำแหน่ง
สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ประกาศรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556
สมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประกาสรับสมัครเจ้าหน้าที่สมาคมฯ จำนวน 1 อัตรา
กรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน รับสมัครพนักงานจ้างเหมาบริการช่วยปฏิบัติราชการ
กลุ่มงานสิ่งแวดล้อม 1 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน มีความประสงค์จะรับสมัครเจ้าหน้าที่ประสานงานโครง
กลุ่มกำกับดูแลก่อนออกสู่ตลาด สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประกาศรับสมัคร ลูกจ้างเหมา




Content Share
www.kapook.com
เรื่องเด่น ประเด็นร้อน บันเทิง กีฬา ที่นี่เลย
Kapook Men รวมเรื่องน่ารู้ของผู้ชาย คลิกเลย
เรื่องย่อละครทองเนื้อเก้า
DIY สร้อยคอจากดินสอสี
7 เคล็ดลับ เติมชีวิตเซ็กส์หลังคลอดให้เร่าร้อนกว่าที่เป็น
ท่ายาก เน้น ๆ เมื่อเหล่าดาราเล่นโยคะท่ายาก จะแซบแค่ไหนมาดูกัน
ทรงผมที่เหมาะกับชุดราตรีสั้น เรียบหรูดูดี เซ็กซี่มีสไตล์
เสื้อชีฟอง แฟชั่นเซตนี้หวานสดใส น่าใส่ทุกแบบ
สวยไม่สร่าง ! ดารารุ่นใหญ่ที่ยังสวยเด้ง เป๊ะทุกองศา
รวมอินสตาแกรมดารา นักร้อง คลิกเลย !!!